อขึ้นตบลงไปบนใบหน้าของจู๋กุ้ยเหรินฉาดหนึ่งอย่างมิเกรงอกเกรงใจ นางกำนัลข้างกายจู๋กุ้ยเหรินยืดกายขึ้นเพื่อปกป้องเจ้านาย ถูกจู๋กุ้ยเหรินกดเอาไว้ จ้าวเฟยเห็นรอยนิ้วมือบนใบหน้าของจู๋กุ้ยเหรินแล้วรู้สึกเบิกบานใจขึ้นเล็กน้อย จึงเอ่ยขึ้นว่า “ฝ่ามือนี้ เปิ่นกงประทานให้เจ้าด้วยโทษฐานไม่เคารพต่อเปิ่นกงในวันนั้น มีรูปโฉมเป็นจิ้งจอกแต่กำเนิดต่อให้เจ้าแต่งกายให้งดงามกว่านี้ สวมอาภรณ์สวยงามกว่านี้ ออกมายั่วยวนบุรุษแล้วมีประโยชน์อันใด? เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะทนุถนอมเจ้าหรือ กระทั่งตัวเขาเองก็ยังดูแลไม่ได้ ซ้ำเขาทนุถนอมเพียงหลินเจาอี๋เท่านั้น”
จู๋กุ้ยเหริน “เหนียงเหนียงสั่งสอนได้ถูกต้องแล้วเพคะ”
ไม่ว่าจ้าวเฟยจะพูดอะไร จู๋กุ้ยเหรินล้วนน้อมรับแต่โดยดี ที่จริงจ้าวเฟยมีใจคิดจะรังแกกดขี่นางต่อไปอีก แต่เห็นท่าทางเช่นมะพลับนิ่มของนางแล้วจึงคิดว่ารังแกนางต่อไปก็ไม่มีความหมาย สุดท้ายจึงด่าทอด้วยคำพูดไม่น่าฟังเล็กน้อยแล้วจึงพาข้ารับใช้จากไป
หลังจากจ้าวเฟยจากไป นางกำนัลข้างกายจู๋กุ้ยเหรินค่อยๆ ประคองจู๋กุ้ยเหรินลุกขึ้น ใบหน้าของจู๋กุ้ยเหรินปรากฏรอยนิ้วมืออย่างแจ่มชัด นางมองเงาร่างด้านหลังของจ้าวเฟยที่เดินห่างออกไปทีละน้อยด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
การตายของเชียนเหอยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่การตรวจสอบนี้ดูเหมือนไม่ต้องลงแรงมากน้อยเท่าใดนัก ยามสายเพิ่งจะเริ่มสืบยามบ่ายก็ได้ข้อสรุปแล้ว
ที่แท้ขันทีนำวัชพืชที่ขึ้นในน้ำจากตำหน