งเวยจ้องมองสีหน้าบนใบหน้าของเซียวเยี่ยนอย่างจริงจังแล้วเอ่ยพร้อมกับทอดถอนใจว่า “ไม่รู้ว่าเสด็จอายังจดจำได้หรือไม่ องครักษ์ผู้นั้นก็คือบุรุษที่หลินเสวี่ยหรงนำเข้ามาในห้องนอนของข้าเมื่อครั้งต้องการทำร้ายข้า”
สีหน้าของเซียวเยี่ยนเปลี่ยนไป ถึงกับเป็นเขา ยามนั้นไม่ควรจะไว้ชีวิตเขา หากมิใช่ด้วยความสนใจของเซียวเยี่ยนไม่ได้อยู่ที่คนๆ นั้น
รอยยิ้มบนริมฝีปากของหลินชิงเวยกว้างขึ้นเปลี่ยนเป็นอ่อนหวาน อ่อนโยนประดุจสายลมในฤดูวสันต์ ดวงตาทั้งคู่ใต้ผมหน้าม้าทั้งใหญ่ทั้งสุกสกาว นางเอ่ยขึ้นอีกว่า “เสด็จอานึกออกแล้ว?”
เซียวเยี่ยนได้สติหันมาเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลินชิงเวยพลันรู้สึกตัวว่าถูกนางวางหมากให้เดินจึงมีสีหน้าเย็นชาสะบัดแขนเสื้อและพูดว่า “เปิ่นหวางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นใคร”
เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมมีแรงจูงใจที่จะกระทำเช่นนี้ หลี่เหลียงคิดจะสังหารหลินชิงเวยด้วยกลัวว่าหลินชิงเวยจะเปิดโปงเขา เห็นได้ชัดว่าหลินชิงเวยจดจำเขาได้ทว่าหลินชิงเวยออกจากตำหนักเย็นมานานเช่นนี้เขาล้วนไม่มีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้จะอธิบายอย่างไร?
เซียวเยี่ยนยังคงทำตามความเห็นของหลินชิงเวยรอให้หลี่เหลียงลงมือครั้งต่อไปค่อยฉวยโอกาสเคลื่อนไหว
ทางด้านนี้จ้าวเฟยออกจากตำหนักฉางเหยี่ยน นางยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห หลินชิงเวยถือว่ามีฮ่องเต้และเซ่อเจิ้งอ๋องหนุนหลังนางจึงไม่อาจทำอันใดนางได้ ตนเองมีตำแหน่งเฟย ส่วนหลินชิงเวยเป็นเพียงเจาอี๋คนหนึ