ม่ต้องพูดมาก เด็กๆ จับกุมตัวหลินเจาอี๋!”
“จ้าวเฟยเหนียงเหนียง ต่อให้ฆาตกรอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยนของข้า เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะจับกุมข้าไปรับโทษ”
“เจ้าอบรมสั่งสอนสุนัขในตำหนักฉางเหนี่ยนของเจ้าไม่ดี ไม่ใช่ความผิดของเจ้าแล้วเป็นความผิดของใคร?!”
เพิ่งจะสิ้นเสียง ข้างนอกก็มีเสียงร้องขานขึ้น “ฮ่องเต้เสด็จ–”
คนในตำหนักฉางเหยี่ยนลอบพรูลมหายใจโล่งอกและยืนเอวขึ้นเหยียดตรงอย่างอดไม่ได้
เจ้ามีไทเฮาหนุนหลังมีอะไรให้อวดอ้าง พวกเรายังมีฝ่าบาทหนุนหลัง มีฝ่าบาทหนุนหลังก็คือมีเซ่อเจิ้งอ๋องหนุนหลัง กลัวเจ้ารึ?
จ้าวเฟยหรี่ตาลงจับจ้องหลินชิงเวย พูดด้วยโทสะที่เดือดดาลอย่างที่สุด “ดียิ่งนักหลินชิงเวย เจ้ายังรู้จักยกทัพหนุนออกมาช่วย!”
หลินชิงเวยหัวเราะเบาๆ แล้วเหลือบมองนาง “อนุญาตให้เจ้ามีที่พึ่งพิงได้แต่ไม่อนุญาตให้ข้าหาทัพหนุน? ข้าไม่ได้เบาปัญญาเสียหน่อย”
จ้าวเฟยรีบหันไปถลึงตาใส่ขันทีที่จับกุมหลินชิงเวย “เจ้าโง่ ยังไม่รีบปล่อยนางอีก!”
ขันทีสองคนรีบปล่อยมือทันที ทางด้านนั้นซินหรูเข็นเก้าอี้รถเข็นของเซียวจิ่นเข้ามาในตำหนักฉางเหยี่ยน คนทั้งล้วนหันกลับคุกเข่าอยู่บนพื้น “ถวายบังคมฝ่าบาท!”
แม้เซ่อเจิ้งอ๋องจะไม่ได้มา แต่ผู้ติดตามข้างกายซินหรูและเซียวจิ่นเป็นองครักษ์คนสนิทของเซ่อเจิ้งอ๋อง ขบวนยาวเหยียดด้านหลังล้วนเป็นคนของตำหนักซวี่หยาง เมื่อเปรียบเทียบกับขบวนของตำหนักซวี่หยางแล้ว ทางเจ้าเฟยดูแล้วอ่อนกำลังอย