่างเห็นได้ชัด
เซียวเจิ่นเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเป็นผู้ใหญ่ของเขา “เจิ้นได้ยินว่าจ้าวเฟยมาก่อเรื่องวุ่นวายในตำหนักฉางเหยี่ยน นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”
จ้าวเฟยจัดอยู่ในประเภทนักแสดงมือฉมังคนหนึ่ง เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงร่ำไห้ขึ้นมาอย่างน่าเวทนา “ฝ่าบาทโปรดตรวจสอบให้กระจ่างแจ้งด้วยเพคะ เช้านี้หม่อมฉันตื่นขึ้นพบว่าเชียนเหอนางกำนัลคนสนิทของหม่อมฉันหายตัวไปเพคะ จึงออกตามหาไปทั่ว ต่อมาได้ยินว่าเชียนเหอจมน้ำตายอยู่ในบ่อน้ำของตำหนักฉางเหยี่ยน หม่อมฉันจึงรีบรุดมาที่นี่ คิดไม่ถึงว่า…คิดไม่ถึงว่าเชียนเหอตายน่าเวทนา หลินเจาอี๋ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิดแม้สักกระผีก ฝ่าบาทคืนความเป็นธรรมให้กับหม่อมฉันด้วยเพคะ!”
หลินชิงเวยบิดมุมปาก จ้าวเฟยผู้นี้อายุมากกว่าเซียวจิ่นหลายปี เมื่อคุกเข่าอยู่บนพื้นราวกับเป็นภรรยาตัวน้อยที่กำลังระบายความคับข้องใจ ไฉนนางจึงรู้สึกตะขิดตะขวงใจนักนะ
เซียวจิ่นหันไปมองหลินชิงเวยด้วยสายตาอ่อนโยน ราวกับกำลังบอกนางว่า “มีเจิ้นอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวล” ทว่าสีหน้ากลับถามขึ้นเรียบๆ ว่า “หลินเจาอี๋ เป็นอย่างที่จ้าวเฟยพูดใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยตอบ “เช้าวันนี้พบเชียนเหอตายอยู่ในบ่อน้ำของตำหนักฉางเหยี่ยนจริงๆ เพคะ และเป็นข้า…”
“แค่ก” เซียวจิ่นไอเบาๆ ครั้งหนึ่ง นี่ พี่สาว อยู่ต่อหน้าคนอื่นต้องให้หน้าเจิ้นสักหน่อยกระมัง ทำเช่นนี้ไม่มีผลเสียต่อเจ้า หาไม่แล้วต่อไปย่อมต้องถูกคนตำหนิว่าไม่เจ้