าไม่เคารพเจิ้น เช่นนั้นไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรก็ยากแล้ว
หลินชิงเวยเงียบขรึม บิดมุมปากพูดต่อว่า “และเป็นหม่อมฉันให้คนไปบอกความแก่จ้าวเฟยเพื่อให้มารับศพเพคะ ทันทีจ้าวเฟยมาถึงกลับต้องการจับกุมตัวหม่อมฉันไปไต่สวนและลงโทษที่ตำหนักไทเฮา ทว่ากลับไม่ถามความเป็นมาของเรื่องราวให้ชัดเจนแม้แต่น้อยเพคะ”
ฮึ คิดว่าพี่สาวเป็นคนประเภทอ่อนแอขี้อายหรือ? คิดว่ามีเพียงเจ้าที่ฟ้องเป็น พี่สาวทำไม่เป็น?
เซียวจิ่นถามจ้าวเฟยด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “เป็นอย่างที่หลินเจาอี๋พูดใช่หรือไม่?”
จ้าวเฟยเช็ดหางตาพูดเสียงอ่อน “ฝ่าบาท…หม่อมฉัน หม่อมฉันเพียงแต่เสียใจเกินไปเพคะ ดังนั้น…”
เซียวจิ่นพูดเสียงเย็น “เจ้าเสียใจเกินไป เพราะการตายของนางกำนัลขั้นหนึ่งจึงต้องการจับกุมตัวหลินเจาอี๋ไปรบกวนไทเฮาใช่หรือไม่? หากหลินเจาอี๋ทำผิด ย่อมต้องถูกลงโทษโดยศาลของฝ่ายใน การตายของนางกำนัลจำเป็นต้องตรวจสอบความจริงให้แน่ชัด สำหรับฆาตกรเจิ้นไม่มีทางปล่อยให้ลอยนวลเด็ดขาด หากเรื่องนี้มิใช่ฝีมือของหลินเจาอี๋จะกล่าวโทษหลินเจาอี๋มิได้ เจ้าไม่แยกแยะถูกผิด กระทำการเอาแต่ใจในตำหนักใน รังแกข่มเหงเบื้องบนปิดบังอำพรางเบื้องล่าง ด้วยอาศัยว่ามีคนหนุนหลังเจ้าใช่หรือไม่ ยังมีสิ่งใดที่เจ้าไม่กล้าทำอีก!”
ยามนี้ไทเฮาไม่อยู่จ้าวเฟยไม่อาจไม่ก้มหน้ารับผิด “หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วเพคะ…หม่อมฉันเพียงแต่ใจร้อนไปชั่วขณะ ขอฝ่าบาทโปรดระงับโทสะเพคะ…”
หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นในเวล