เพียงเสด็จอาตอบคำถามข้ามาหนึ่งข้อ ข้าก็จะไม่พูดต่อ”
เซียวเยี่ยน “คำถามอันใด?”
หลินชิงเวยค่อยๆ เข้าใกล้เซียวเยี่ยน คนทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ย ศีรษะของหลินชิงเวยคล้ายและไม่คล้ายแนบชิดลงกับอ้อมอกของเซียวเยี่ยน นางพูดเสียงเบา “ขาของเซียวจิ่น พิการตั้งแต่กำเนิดมาจริงๆ หรือ?”
เซียวเยี่ยนไม่ตอบ
หลินชิงเวยถอยออกไปสองก้าวหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย “ช่างเถิด ท่านไม่ต้องตอบข้าก็รู้เช่นกัน คนที่คิดจะให้ข้ารักษาย่อมไม่อาจปิดบังสายตาของข้าได้ ดูท่าแล้วท่านไม่ต้องการให้ข้าพูดจาเลอะเลือน เช่นนั้นข้าจะไม่พูด พวกเรามาคุยเรื่องผู้บุกรุกในคืนนี้เถิด”
เซียวเยี่ยนไม่อยากจะพูดคุยเรื่องเหล่านี้กับหลินชิงเวย แต่ดวงตาสว่างไสวสุกสกาวคู่นั้นของนาง ดูเหมือนไม่ว่าเรื่องใดนางล้วนมองออกทะลุปรุโปร่ง
หลินชิงเวยเดินไปเดินมารอบด้านล้วนมืดสลัว อาศัยเพียงแสงจากโคมไฟในมือของเซียวเยี่ยน “ท่านคิดจะจัดการกับผู้บุกรุกนางนั้นอย่างไร? จะสังหารนางหรือไม่?”
ในน้ำเสียงนั้นไม่มีสำเนียงหยอกล้อ และไม่มีรอยยิ้ม
เซียวเยี่ยนกล่าว “เรื่องเหล่านี้ยังไม่ต้องถึงกับให้เจ้าเป็นกังวล”
“ถูกต้อง ไม่ต้องให้ข้าเป็นกังวล เวลานั้นข้าได้เตือนท่านแล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่กู้เทียนหลินจะถูกปรักปรำ ท่านไม่เชื่อข้า ท่านไต่สวนนางให้ละเอียดก่อนที่ท่านจะสังหารนางจะดีที่สุด ดูว่ายังมีเบาะแสอย่างอื่นหรือไม่ หาไม่แล้วความแค้นเต็มอกของนางคงต