้องไหลลงสู่ทิศบูรพาเป็นแน่แท้ ความจริงเป็นอย่างไรต้องทำให้กระจ่างแจ้ง หากนางต้องตายก็ควรตายอย่างกระจ่างแจ้งเช่นกัน”
หลินชิงเวยเดินๆ ไปแล้วหันกลับมา เอียงศีรษะใช้หางตามองเซียวเยี่ยน “ข้าสามารถดูออกจริงๆ ว่าคนๆ หนึ่งกำลังพูดเท็จหรือไม่ ท่านยังคงไม่เชื่อข้าอยู่นั่นเอง? ไม่สู้ข้าถามคำถามท่านอีกคำถามหนึ่ง ท่านตอบข้า ข้าเป็นฝ่ายบอกว่าคำตอบนี้จริงหรือเท็จ เป็นอย่างไร?”
เซียวเยี่ยนไม่ตอบ เขามองหลินชิงเวยนิ่งๆ
หลินชิงเวยพลันหัวเราะขึ้นมา ริมฝีปากที่แย้มยิ้มของนางประดุจดอกไม้บานสะพรั่ง งดงามเหลือหลาย ดวงตาทั้งคู่ของนางเป็นประกายมีชีวิตชีวาประหนึ่งภูเขาไฟที่ไร้ขอบเขต “เซียวเยี่ยน ท่านชอบข้าหรือไม่?”
เซียวเยี่ยนเงียบขรึม
หลินชิงเวยถอนใจ “เฮ้อ เสด็จอา ท่านช่างไร้อารมณ์ขันยิ่งนัก”
เซียวเยี่ยนเพิ่งจะหลุบตาลงครึ่งๆ “ดูเหมือนเจ้าเคยพูดไว้ว่าเจ้าไม่แตกฉานเรื่องศาสตร์การอ่านใจคน ที่เจ้าทำได้คือดูจากสีหน้าของคน เช่นนั้นบนใบหน้าของเปิ่นหวางไม่มีความรู้สึกอันใด เจ้าจึงมองอะไรไม่ออก คำถามไร้สาระเช่นนี้ของเจ้า เปิ่นหวางปฏิเสธที่จะตอบ”
พูดแล้วก็มุ่งหน้าเดินไป
ถูกต้อง เซ่อเจิ้งอ๋องของพวกเรายังมีประโยคเด็ดประโยคหนึ่ง เรียกว่า เลือกที่จะมีใบหน้าเป็นอัมพาตได้นี่นา
คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ยเดินตามกันไปตามทางเล็กๆ ในสวน วิวทิวทัศน์ภายนอกยังคงครึกครื้นสดใส ดอกไม้ไฟที่จุดขึ้นบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนแตกตัวออกเป็นดอกไม้ช่า