ด้วยมิเคยทำงานแรงงาน นิ้วมือของเขาสวยงามเช่นกัน เขาจับมือของหลินชิงเวยดูเหมือนยัดหยกเนื้อดีชิ้นหนึ่งเข้ามาในอุ้งมือของหลินชิงเวย ทั้งอบอุ่นและเรียบลื่น ให้ความรู้สึกสัมผัสที่มือดีเหลือเกิน
ราวกับเซียวจิ่นเล่นสนุกอย่างเบิกบานใจ เขาจึงไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอันใด “ชิงเวย เจ้าไปเก็บดอกกล้วยไม้แล้ววางลงในโคมไฟเถิด”
หลินชิงเวยมองไปทางสระบัวนั้น หากต้องการวางโคมไฟในสระยังต้องเดินลงบันไดริมสระจึงจะถึงริมน้ำ ส่วนเซียวจิ่นนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่สะดวกที่จะไปที่นั่น หากหลินชิงเวยลงไปแล้วให้เขาอยู่ข้างบนคนเดียวตนเองไม่วางใจ อีกทั้งนางไม่ได้รู้สึกอยากไปเก็บดอกกล้วยไม้ นางไม่ใช่เด็กสาวเช่นแม่นางน้อยเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว
นางสนมของตำหนักในค่ำคืนนี้ล้วนมีท่าทางเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เหล่าแม่นางน้อยที่อยู่เบื้องหน้านี้เซียวจิ่นอนุญาตให้พวกนางเป็นตัวของตัวเองอย่างมีความสุข มีหลายคนถึงกับเล่นน้ำอย่างสนุกสนานอยู่ริมสระบัวนั่นเอง
หลินชิงเวยกล่าว “หม่อมฉันอยู่เป็นเพื่อนฝ่าบาทที่นี่ดีกว่าเพคะ”
เซียวจิ่นทอดถอนใจ “เจิ้นยืนไม่ได้จริงๆ หากเจิ้นยืนได้ เจิ้นก็อยากจะไปปล่อยโคมไฟเช่นกัน”
หลินชิงเวยโน้มกายลงไป “ปีหน้าเถิด หม่อมฉันให้สัญญา ปีหน้าฝ่าบาทจะต้องเดินไปปล่อยโคมไฟด้วยตนเองได้แน่นอนเพคะ” พูดแล้วนางก็หยิบดอกกล้วยไม้มาดอกหนึ่ง ประดับลงบนบั้นเอวของเซียวจิ่นอย่างว่องไว
ยามนี้ขันทีน้อยที่อยู่ข้างหลังเดินมุ