่งหน้ามาทางเซียวจิ่น ย่างก้าวของเขาเบามือเบาเท้าอย่างระมัดระวังราวกับเกรงว่าจะเป็นการรบกวนผู้ใด ขันทีผู้นั้นก้มหน้าลง บนศีรษะยังสวมหมวกอีกใบหนึ่ง ล้วนทำให้ใบหน้าทั้งหมดถูกบดบังเอาไว้ในเงามืด เขาโค้งกายเดินเหิน ในมือถือถาดใบหนึ่ง บนถาดใบนั้นมีน้ำชาที่เพิ่งปรุงมาใหม่มากาหนึ่ง
ขันทีถามด้วยเสียงแหลมดังกังวาน “ฝ่าบาท ทรงเติมพระสุธารสน้ำชาไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
เซียวจิ่นหันหน้าไปมองถ้วยน้ำชาของตน ในถ้วยน้ำชายังมีน้ำชาเหลืออยู่ครึ่งถ้วย ไม่รอให้เซียวจิ่นพูดอันใด ขันทีน้อยนำถาดน้ำชาไปวางลงบนโต๊ะพร้อมกับยกกาน้ำชาขึ้นเติมน้ำชาในถ้วยให้เซียวจิ่นอย่างรู้งาน
หลินชิงเวยนั่งยองๆ อยู่บนพื้น ตั้งแต่ได้ยินเสียงของขันทีนางก็รู้สึกแปลกใจอยู่ครามครัน น้ำเสียงนั้นดูเหมือนจงใจทำให้สูงแหลม แต่กลับมีความแหบใหญ่อยู่ด้วย
หลินชิงเวยเพิ่งจะคิดว่าแปลกใจจึงเงยหน้าขึ้นมอง ประจวบเหมาะกับจากมุมของหลินชิงเวยที่มองไปนั้นต่อให้ขันทีผู้นั้นโค้งกายก้มหน้าอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแสงสว่างสลัวๆ กลับถูกนางมองเห็นหน้าตาของเขา
หลินชิงเวยแยกแยะชายหญิงได้อย่างชัดเจน ต่อให้ขันทีเป็นเพศไม่ใช่บุรุษและไม่ใช่สตรีอย่างไร ก็น้อยยิ่งนักที่จะมีใบหน้าเป็นใบหน้าของสตรี อีกทั้งผิวบริเวณใบหูที่อยู่นอกหมวกกลับขาวละมุนอย่างชัดเจน สายตาของหลินชิงเวยรีบตวัดกลับไปมองหน้าอกของขันทีผู้นั้น ไม่รู้ด้วยเป็นเพราะนางเพิ่งประสบกับเรื่องมือสังหารเมื่อคืนนี้จึงทำให้