องครักษ์ผู้ติดตามไม่ได้หยุดคิดอันใดจึงยื่นมือไปเด็กดอกไม้ดอกนั้นยื่นให้หลินชิงเวย หลินชิงเวยยิ้มจนตาหยีแล้วนำดอกไม้นั้นทัดไว้ในเส้นผมของตน
นางมีนิสัยรักสวยรักงามเหมือนสตรีคนอื่นๆ นางเป็นสตรีรูปโฉมงามคนหนึ่ง แต่ท่าทางการเยื้องย่างของนางนั้นดูเหมือนสบายๆ เป็นธรรมชาติ ดอกไม้ที่นางทัดไว้บนเส้นผมเมื่อเปรียบเทียบกับรอยยิ้มมีเสน่ห์บนใบหน้านางแล้วกลับดูจืดชืดลงเล็กน้อย
องครักษ์ผู้ติดตามรีบเลื่อนสายตาไปทางอื่นแล้วหันกายเดินนำทาง หลินชิงเวยเดินตามหลังเขาถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “ไทเฮาเสด็จกลับไปแล้ว?”
องครักษ์ตอบ “เสด็จกลับไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลินชิงเวยดูเหมือนไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอันใดต่อเรื่องนี้ เขาจึงถามขึ้นเมื่อเดินไปอีกสองก้าว “ครั้งนี้เหนียงเหนียงไม่เพียงแต่ล่วงเกินไทเฮา ซ้ำยังด่าทอหมัวมัวข้างกายของไทเฮา ชีวิตต่อไปในวันหน้ามีแต่จะลำบากมากขึ้น ข้าน้อยเตือนเหนียงเหนียงแล้ว ไฉนเหนียงเหนียงจึงไม่อดทนอดกลั้น?”
“อดทนอดกลั้น?” หลินชิงเวยกล่าว “ดูเหมือนท่านอ๋องของเจ้าก็เคยเตือนเยี่ยงนี้เช่นกัน แต่เจ้าดูว่าได้ผลหรือไม่? ไทเฮาชรานางนั้นเมื่อพบหน้าข้ามีครั้งไหนบ้างที่ไม่คิดจะกดข้าให้ตาย?”
องครักษ์ได้แต่ใช้ความเงียบเป็นคำตอบ
หลินชิงเวยเอามือเล็กๆ ของนางไพล่หลังและกล่าวกลั้วหัวเราะ “เจ้าหนุ่มน้อย กำลังเป็นห่วงข้าใช่หรือไม่?”
องครักษ์กล่าวทั้งหน้าดำทะมึน “ข้าน้อยไม่ได้ชื่อเจ้าหนุ่ม ข้าน้อยแซ่เซีย