ป็นเพราะต้องการปกป้องข้าจึงได้รับบาดเจ็บ”
เซียวจิ่นพรูลมหายใจโล่งอก
เขากล่าวว่า “เรื่องพบมือสังหารต้องปกปิดเป็นความลับไว้ก่อน หากมีคนถามให้บอกว่าเสด็จอาล้มป่วย”
หลินชิงเวยกระจ่างแจ้ง หากเซ่อเจิ้งอ๋องล้มลงไม่รู้ว่าจะมีคนมากน้อยเท่าใดเกิดความคิดต่างๆ นานา
นี่มิใช่หรือ เซียวจิ่นเพิ่งจะมาเยี่ยม เซี่ยนอ๋องเซียวอี้ก็มาทันที
เมื่อได้เห็นหลินชิงเวยอีกครั้ง เซียวอี้เคียดแค้นเสียจนต้องขบฟันแน่น แต่ในขณะที่จิตใจเขาคิดเช่นนี้บนใบหน้ากลับปรากฏให้เห็นรอยยิ้มลำพองใจ
หลินชิงเวยขวางเซียวอี้อยู่ด้านหน้าตำหนักบรรทมของเซียวเยี่ยน
“เปิ่นหวางได้ยินว่า เซ่อเจิ้งอ๋องล้มป่วย วันนี้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช้าในท้องพระโรง นี่เป็นเรื่องยากที่จะพบเห็นได้ในรอบพันปีทีเดียว”
“เกิดแก่เจ็บตายล้วนเป็นเรื่องธรรมดา เซ่อเจิ้งอ๋องมิใช่เทพเซียน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน”
เซียวอี้มองหน้าแล้วผงกศีรษะกล่าวว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องไม่ใช่เทพเซียนจริงๆ แต่เขากลับคิดว่าตนเองเป็นเทพเซียนมาโดยตลอด เจ้าหลีกทางให้เปิ่นหวางเข้าไปเยี่ยมดูสถานการณ์ของเซ่อเจิ้งอ๋องว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
หลินชิงเวยก้าวออกมาขวางทางเดินของเขา “อาการตัวร้อนของเซ่อเจิ้งอ๋องเพิ่งจะลดลงและเพิ่งจะนอนหลับ เซี่ยนอ๋องคงไม่ต้องการเข้าไปรบกวนในเวลานี้กระมัง”
เซียวอี้หรี่ตาลง “เสี่ยวเวยร์ เจ้าขวัญกล้าขึ้นแล้วจริงๆ ไม่เพียงกล้าคิดบัญชีเปิ่นหวาง บัดนี้ยังกล้าขัดขวางเปิ่นหวาง?”
ห