หากมิใช่ด้วยต่อมาเซียวเยี่ยนไล่นางออกไป ต่อมาไม่แน่ว่านางอาจจะยืมสถานที่ของเซียวเยี่ยนเพื่อเข้านอน หลินชิงเวยไม่ได้ดื้อดึงอยู่ต่อ ทางหนึ่งเก็บล่วมยาอีกทางหนึ่งเหลือบมองเซียวเยี่ยนด้วยสายตาเห็นขัน “กำลังคิดว่าข้าเป็นคนทำอะไรสบายเกินไปใช่หรือไม่? ท่านก็คิดเสียว่าข้าเป็นสตรีที่ทำอะไรสบายๆ คนหนึ่งก็แล้วกัน อย่างไรข้าก็ทำตัวตามสบายกับท่านคนเดียวเท่านั้น” พูดแล้วนางก็ยืนยึ้น ก้มหน้าดูบาดแผลบนแผ่นหลังของเซียวเยี่ยน “บนหลังของท่านมีบาดแผลมากมายเช่นนี้ แต่ละบาดแผลข้าล้วนจดจำขึ้นใจ” บนกระดูกสันหลัง เป็นบาดแผลที่ลึกที่สุด ตรองดูแล้วคิดว่าต้องได้รับความทุกข์ทรมานไม่น้อย ท้องนิ้วของหลินชิงเวยค่อยๆ ลูบผ่านบาดแผลบนแผ่นหลังของเขาทีละชุ่น กล้ามเนื้อแผ่นหลังของเขาค่อยๆ เครียดเขม็งขึ้น ได้ยินหลินชิงเวยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิวและอ่อนโยนว่า “ข้ายังรู้ด้วยว่าบาดแผลนี้ส่งผลกระทบไปถึงขาของท่านด้วย ท่านไฉนจึงไม่ถ่ามว่าข้ารู้ได้อย่างไร?”
เซียวเยี่ยนกล่าวด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน “เจ้าอย่าได้คิดว่าช่วยเปิ่นหวางทำแผลในคืนนี้แล้วจะกระทำการตามใจตนได้”
“ไร้อารมณ์ขัน” หลินชิงเวยไม่หยอกเย้าเขาอีก นางเห็นร่างของเขาเกร็งขึ้นเกรงว่าจะเคร่งเครียดเสียจนส่งผลเสียให้กับบาดแผล จึงหยิบผ้าห่มผืนบางมาห่มบนร่างของเขา “ท่านต้องการให้ข้าไปถึงเพียงนี้ กลางดึกหากรู้สึกไม่สบายตรงไหนให้สุนัขรับใช้ของท่านมาหาข้า”
หลินชิงเวยเดินออกไปด้