หนึ่ง นางเอ่ยขึ้นอีกว่า “ที่จริงหากจะบอกว่าท่านโง่เขลา มิสู้บอกว่าข้าไร้สามารถ เป็นภาระให้ท่าน หากมิใช่เป็นเพราะข้ายืนกรานที่จะเดินตลาด ย่อมไม่เกิดเรื่องเคราะห์ร้ายเช่นนี้”
น้ำเสียงของนางที่กล่าวออกมาเบาราวกับเสียงยุงบิน
ทว่าปลายนิ้วของเซียวเยี่ยนกลับกระตุกเบาๆ ครั้งหนึ่ง
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองจึงประสานสายตากับเซียวเยี่ยน ไม่รู้ว่าเขาลืมตาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด เขากำลังจ้องมองหลินชิงเวยตรงๆ ในแววตานั้นราวกับอยู่ในยุคบรรพกาล รวมกันเป็นกระแสวังวนดึงดูดกลืนกินนาง
เซียวเยี่ยนเป็นฝ่ายละสายตาก่อน เขากล่าวเรียบๆ ว่า “เปิ่นหวางบอกแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า เจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดอันใด ต่อให้เจ้าไม่เดินตลาดพวกเขายังคงรอซุ่มโจมตีระหว่างทางอยู่นั่นเอง มือสังหารวรยุทธ์สูงส่งมากมายเช่นนั้น เปิ่นหวางสามารถรับมือศัตรูสิบต่อหนึ่งแล้วยังเก็บชีวิตกลับมาได้นับได้ว่าโชคดีแล้ว หากเจ้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือสถานการณ์อาจย่ำแย่กว่านี้ก็เป็นได้”
หลินชิงเวยตื่นตะลึง “สุดแล้วแต่ท่านจะพูด ในเมื่อท่านตื่นแล้วก็กินยาเถิด” หลินชิงเวยหยิบยาลูกกลอนออกมาจากล่วมยาหลายเม็ดให้เซียวเยี่ยนกินลงไป
ขณะที่หลินชิงเวยกำลังเก็บล่วมยา เซียวเยี่ยนกล่าวอีกว่า “เรื่องก่อนหน้านี้เปิ่นหวางอาจทำได้ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง หวังว่าหลินเจาอี๋จะไม่ถือสาเอาความ”
หลินชิงเวยหยุดงานในมือทันที บรรยากาศอึดอัดคับข้องใจเล็กน้อยที่มีอยู่ก่อนหน้านี้พลันอันต