งของห่อใหญ่ห่อเล็กที่หลินชิงเวยซื้อเอาไว้
หลินชิงเวยอารมณ์ดีอย่างยิ่งยวด นางหันไปมองตลาดนัดหลายครั้ง แสงจากโคมไฟสีแดงค่อยๆ กระจายกันออกไปดูเหมือนไส้ตะเกียงจะดับมอดไปแล้ว ให้ความรู้สึกอบอุ่นและแดงสดใส
หลินชิงเวยยักไหล่แล้วยกมือขึ้นปัดเส้นผมบนไหล่ของตนอย่างเป็นธรรมชาติ “คืนนี้สนุกสนานเช่นนี้ ข้ายังเดินเที่ยวไม่พอ แต่ไม่เป็นไรรอให้ข้ารักษาขาของฝ่าบาทให้หายดีแล้วท่านอาก็จะปล่อยข้าออกจากวังตามสัญญา ถึงเวลานั้นหาซื้อเรือนที่อยู่ริมถนนสักหลัง คิดจะออกมาเดินเที่ยวเมื่อใดก็ออกมาเดินเที่ยวเมื่อนั้น
เซียวเยี่ยนหยุดเดินกะทันหัน หลินชิงเวยจึงเดินชนแผ่นหลังของเขาเต็มๆ เขาหันกลับมาก้มหน้ามองหลินชิงเวย บนริมฝีปากของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้นอย่างน้อยนักที่จะได้เห็น
รอยยิ้มเจิดจ้าสว่างไสวนั้นส่งผลให้โคมไฟนับพันนับหมื่นดวงที่อยู่ไกล รวมไปทั้งแสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องลงมาดูจืดชืดไปทันที
หลินชิงเวยขมวดคิ้วพลันบังเกิดความรู้สึกราวกับถูกบุรุษผู้นี้ปั่นหัวเสียแล้ว
เซียวเยี่ยนกล่าวเนิบๆ “ข้าบอกว่าข้าจะปล่อยเจ้าออกจากวัง แต่ข้าไม่ได้บอกว่าข้าจะปล่อยเจ้าออกจากวังนานเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้นข้าไม่เคยพูดว่าจะไม่จับเจ้ากลับไป เวลานี้เจ้ามิใช่อยู่นอกวังหรือไร? ข้าได้ทำตามคำสัตย์ที่ให้ไว้กับเจ้าล่วงหน้าแล้ว ต่อไปยังคิดจะออกมาหาเรือนอยู่นอกวังอีก? หึ ช่างเป็นความคิดเพ้อฝันจริงๆ”
หลินชิงเวยพูดอะไรไม่ออก ลำคอของนางตีบตันไปเส