งชิงไป
หลินชิงเวยตะลึงไปอึดใจหนึ่ง จากนั้นนางก็ถูกเซียวเยี่ยนลากตัวให้เดินไปด้วยกัน นางเอ่ยขึ้นว่า “ดูไม่ออกจริงๆ ว่าท่านอาจะกล่าววาจาล้อเล่นได้ร้ายกาจเช่นนี้”
คนทั้งสองถูกเบียดเสียดแออัดอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน เขาหันหน้ามาจ้องนางด้วยสายเย็นชาสุดขั้ว “หากเจ้ายังกล้าหยิบสิ่งของของข้าตามอำเภอใจ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะตัดมือของเจ้าเสีย ครั้งนี้ข้าไม่ได้ล้อเล่น”
“ทำอย่างไรดีเล่า? ข้าจะซื้อของแต่ข้าไม่ได้นำเงินติดตัวมาด้วย”
“เจ้าไม่มีเงินแล้วยังจะซื้อสิ่งของอันใดอีก?”
“แต่ท่านมีนี่นา”
“ของข้า ไม่ใช่ของเจ้าเสียหน่อย”
“ท่านไม่ซื้อให้ข้า ข้าก็จะร้องไห้ท่านเป็นท่านอาของข้า จะดูว่าเมื่อข้าร้องไห้ขึ้นมาแล้วท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“…”
หลินชิงเวยยืนอยู่หน้าร้านขายซาลาเปาร้านหนึ่ง กลิ่นหอมของซาลาที่เพิ่งออกมาจากเตามาใหม่ๆ ช่างยั่วน้ำลายผู้คนยิ่งนัก นางหันไปมองเซียวเยี่ยนพร้อมใช้สายตาเจรจา:เอาซาลาเปาไส้เนื้อมากินสักสองลูกก่อนเถิด
เซียวเยี่ยน : เจ้ามิใช่เพิ่งกินข้าวมาหรือไร?
หลินชิงเวย : ก็หิวอีกแล้วนี่นา
เซียวเยี่ยนไม่อยากจะแยแสนางอีกต่อไปจึงหันหน้าแล้วเดินไปข้างหน้า หลินชิงเวยรั้งเขาไว้พร้อมกับแสดงท่าทีปากเบ้เตรียมจะร้องไห้ คนๆ นี้ช่างมีฝีมือในการแสดงยิ่งนัก บอกว่าจะร้องไห้น้ำตาก็เอ่อคลอออกมาทันใจ
เซียวเยี่ยมพ่ายแพ้ในที่สุด แม้กระทั่งเถ้าแก่ร้านซาลาเปาก็ยังออกปากด้วยรู้สึกทนดูไม่ได้อีกต่อไป “แม่นางน้