อยอยากกินซาลาเปา คุณชายท่านนี้ก็ซื้อให้นางเถิด”
เซียวเยี่ยนพูดเกร็งๆ ว่า “เอาซาลาเปาให้นางสองลูก”
หลินชิงเวยกล่าว “ไส้เนื้อนะเจ้าคะ”
เซียวเยี่ยนกลัวว่านางจะมัวแต่กินซาลาเปาจนลืมเดินไปข้างหน้าแล้วถูกกลุ่มฝนเบียดจนพลัดหลง จึงจูงมือของนางให้นางทางหนึ่งกินซาลาเปาช้าอีกทางหนึ่งเดินไปพร้อมกับเขา คนตัวใหญ่คนหนึ่งตัวเล็กคนหนึ่ง ดูเหมือนเขากำลังลากขวดซีอิ๊วไปด้วยขวดหนึ่ง
ครั้งแรกที่ลากขวดซีอิ้วมาเดินตลาดในยุคสมัยโบราณส่งผลให้หลินชิงเวยเห็นอะไรก็ต้องการซื้อทุกสิ่งอย่าง ตลอดทางที่เดินมานั้นล้วน ซื้อซื้อซื้อ มือของนางถือไม่ไหวแล้วก็ส่งให้เซียวเยี่ยน ท้ายที่สุดเซียวเยี่ยนถือสิ่งของห่อเล็กห่อใหญ่ยังไม่หนำใจ ในมือยังมีพุทราเชื่อมอีกสองไม้ สีหน้าท่าทางบูดบึ้งถึงขีดสุด ราวกับแม่นางน้อยที่เขาจูงมืออยู่นี้ถูกเขาหลอกล่อด้วยพุทธาเชื่อมก็ไม่ปาน
พวกเขาเดินผ่านแม่น้ำสายหนึ่งของเมืองหลวง แม่น้ำสายนี้ชื่อ อาฉ่ายเหอ บริเวณริมแม่น้ำมีโคมไฟสีแดงแขวนอยู่เล็กน้อง บรรดาบุรุษรูปงามและสตรีโฉมสะคราญมารวมตัวกันที่ริมแม่น้ำเพื่อฉลองเทศกาลเด็กผู้หญิง
ดอกกล้วยไม้เป็นดอกไม้ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับเทศกาลเด็กผู้หญิง เฉกเช่นเดียวกับขนมบ๊ะจ่าง[1]ที่เป็นตัวแทนสื่อความหมายในเทศกาลตวนอู่[2]
ตามถนนหนทางล้วนมีแม่นางน้อยขายดอกกล้วยไม้ ดอกกล้วยไม้นานาชนิดกิ่งก้านเขียวสดงดงามมีชีวิตชีวา ยังมีดอกกล้วยไม้ที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับซื้อมาปร