งพากันลาโรง บนเวทีจึงเหลือเพียงความว่างเปล่า มีคนเดินผ่านมาเพียงคนสองคนเป็นพักๆ เป็นคนของคณะละครที่กำลังเก็บอุปกรณ์ในการแสดงของพวกเขา
สายลมยามราตรีพัดเส้นผมบางส่วนของหลินชิงเวย นางวางฝาน้ำชาที่เย็นชืดลงแล้วยืนขึ้นมา นางจัดกระโปรงของตนให้เรียบร้อย เงยหน้ามองดวงจันทร์โค้งที่ส่องแสงสว่างไสวทว่ากลับมีดวงดาวปรากฏขึ้นเงียบๆ นางยิ้มจนดวงตาโค้งลงและกล่าวว่า “วันนี้ช่างเป็นวันที่ผ่านไปอย่างคุ้มค่า” นางเห็นเซียวเยี่ยนไม่ขยับ จึงกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “หรือเสด็จอาก็อยากไปดูละครที่เรือนชุนฮุยด้วยเพคะ? แต่ถ้าไปในตอนนี้คาดว่าคงจะเบียดเสียดไปยืนแถวหน้าไม่ได้แล้วเพคะ”
เซียวเยี่ยนลุกขึ้นยืน สีหน้าของเขาเรียบเฉย “กลับวังเถิด”
เขาเดินอยู่ข้างหน้า หลินชิงเวยเดินตามเขาอยู่ด้านหลัง ขายาวๆ ที่เดินอยู่ข้างหน้าด้วยจังหวะจะโคนที่เชื่องช้า กระทั่งหลินชิงเวยเดินตามทัน คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ยเดินออกจากจวนมหาเสนาบดีในเวลาที่จวนสกุลหลินกำลังยุ่งเหยิงอย่างที่สุด
เวลานี้ กล่าวว่าสายไปก็ไม่ถึงกับสายไป
พูดแล้วก็บังเอิญนัก พรุ่งนี้เป็นเทศกาลเด็กผู้หญิง[1]
ตลาดนัดกลางคืนเพิ่งจะเริ่มขึ้นในเมืองหลวงอันงดงามหรูหรา มีบรรยากาศของเทศกาลที่จัดขึ้นเพียงปีละหนึ่งครั้ง มักจะจัดงานฉลองขึ้นในเวลากลางคืนก่อนคืนหนึ่งเพื่อความเป็นสิริมงคล
ทุกปีเมื่อเทศกาลนี้มาถึงผู้คนก็จะพากันไปวางดอกไม้ริมแม่น้ำ เพื่อขจัดสิ่งไม่เป็นมงคลออกไป บุรุษและส