่างของเซียวอี้อีกต่อไป นางเห็นเซียวอี้เดินออกไปแล้วในใจคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดียิ่ง ทว่านางเห็นเช่นกันว่าเซียวอี้ได้ให้สาวใช้นำสิ่งของบางอย่างมามอบให้หลินชิงเวย หลินเสวี่ยหรงทั้งปวดใจและแค้นเคือง สายตาที่นางมองหลินชิงเวยนั้นราวกับเคียดแค้นชิงชังที่ไม่อาจกรีดเนื้อเถือหนังหลินชิงเวยได้
หลินชิงเวยเรียกสาวใช้ นางให้สาวใช้นำกระดาษแผ่นนั้นไปมอบให้ถึงมือของหลินเสวี่ยหรง ทันทีที่หลินเสวี่ยหรงเปิดออกดูก็รีบออกวิ่งน้อยๆ ไปยังสถานที่ที่เป็นจุดนัดพบด้วยความร้อนรนทันที
หลินชิงเวยยิ้มแล้วดื่มน้ำชาคำหนึ่ง “อีกประเดี๋ยวมีละครฉากเด็ดให้ดูแน่แล้ว”
เซียวเยี่ยนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธทว่าชัดเจนยิ่งนักว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขามิได้หนาวเหน็บประดุจน้ำแข็งในเดือนหกเช่นก่อนหน้านี้ “พอสมควรก็รามือได้แล้ว อย่าทำจนเกินไปนัก”
หลินชิงเวยเอียงคอมองเขา “นี่ไฉนจึงกลายเป็นทำเกินไปได้ การช่วยเหลือผู้อื่นให้สมความปรารถนานั้นถือเป็นคุณธรรมอันดีงามอย่างหนึ่ง”
“คุณธรรมอันดีงาม?” เซียวเยี่ยนกล่าว “เจ้ากำลังบอกว่าเจ้ามีคุณธรรมอันดีงาม?”
หลินชิงเวย “นี่ ต่อให้ท่านเห็นข้าขัดหูขัดตาก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาถากถางข้าเช่นนี้กระมัง”
หลินเสวี่ยหรงซึ่งคุ้นเคยกับสถานที่ทั้งหมดในจวนมหาเสนาบดีเป็นอย่างดีนางจึงหาสถานที่ที่เซียวอี้นัดพบได้ในเวลาเพียงไม่นาน นี่ไม่ใช่เรือนหลังเล็กที่หลินชิงเวยมาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เมื่อยามกลางวันหรอกห