ัน มหาเสนาบดีหลินแสดงความเป็นห่วงอย่างที่ผู้ซึ่งเป็นบิดาควรจะมี “ชิงเวย เจ้าไม่เป็นไรกระมัง?”
หลินชิงเวยกระจ่างแจ้งดียิ่ง ทว่าสีหน้าของนางยังคงเออออตามน้ำไป “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ บิดาไม่ต้องกังวล”
มหาเสนาบดีฉินเรียกให้สาวใช้รีบพาหลินชิงเวยกลับไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ห้องเช่นกัน
บรรดาฮูหยินที่ยังยืนอยู่ข้างจ้าวฮูหยินในยามเช้าวันนี้ ยามนี้ล้วนไม่ส่งเสียงใดๆ
สาวใช้เดินนำหลินชิงเวยไปยังเรือนเล็กหลังหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับเรือนแยกต่างหากหลังอื่นในจวนมหาเสนาบดีแล้วชัดเจนยิ่งนักว่าเรือนเล็กหลังนี้อย่างห่างไกลออกมาอีกทั้งยังดูเรียบง่ายมากกว่าเรือนหลังอื่นๆ
ทันทีที่ก้าวย่างเข้าไปต้นไม้ใบหญ้าภายในลานเรือนรกรื้อ ราวกับเจตนาที่จะสร้างความลำบากใจให้กับอาจารย์ผู้ตกแต่งสวน กระทั่งอาจารย์ผู้ตกแต่งส่วนก็มิอาจจะตกแต่งสวนนี้ให้มีความแปลกใหม่ ในรั้วไม้ไผ่เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และหญ้าวัชพืชขึ้นปะปนกัน ยากที่จะแยกออกว่าส่วนใดคือดอกไม้หรือต้นหญ้า กิ่งก้านบนต้นไม้แตกยอดเขียวชะอุ่มทว่ากลับแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปอย่างไม่เป็นระเบียบ บางกิ่งยื่นออกไปขวางทางเดินด้านข้าง บนพื้นปูด้วยแผ่นหินสีเขียว ระหว่างแผ่นหินมีตะใคร่น้ำสีเขียวขึ้นอยู่เต็มพื้นที่
หลินชิงเวยคาดเดาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากถาม สถานที่แห่งนี้ต้องเป็นเรือนที่อยู่อาศัยของเจ้าของร่างก่อนออกเรือนแน่แล้ว
ตาเฒ่าหลินผู้นั้นช่างเป็นคนจิตใจลำเอียงอย่างแท้จริง แม้กร