หลินเสวี่ยหรงไม่เคยพบเห็นนางที่เป็นเช่นนี้มาก่อน นางก้าวถอยหลังไปสองก้าวอย่างห้ามไม่อยู่ ยังคงไม่อาจหลุดพ้นจากการควบคุมของหลินชิงเวยได้ “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
หลินชิงเวยยกยิ้มมุมปาก “เรื่องในวันนี้ยังไม่จบ เจ้าระวังตัวเอาไว้ให้ดี ระวังว่าพี่ใหญ่จะเล่นงานเจ้าจนตาย” พูดแล้วปลายนิ้วของนางก็ออกแรงสะบัด เกือบจะทำให้คางของหลินเสวี่ยหรงถึงกับเคลื่อนทีเดียว หางตาของหลินเสวี่ยหรงพลันเห็นว่ามีเงาร่างของคนๆ หนึ่งกำลังเดินมาบนทางเล็กๆ นี้ จึงโน้มร่างอันบอบบางล้มลงบนพื้นน้ำตาไหลพรากอย่างน่าสมเพชเวทนา
หลินเสวี่ยหรงเริ่มร่ำไห้พร้อมกับเอ่ยวาจากล่าวหา “พี่ใหญ่ข้าทำผิดอันใดท่านจึงได้ทำกับข้าเช่นนี้เจ้าคะ…ข้าทุ่มเทจิตใจกตัญญูต่อท่านพ่อ พยายามที่จะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ ตั้งแต่ท่านแต่งออกไปล้วนเป็นข้าที่ดูแลท่านพ่อ…ข้าทำอะไรผิดต่อท่านกันแน่…”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างเห็นขัน “ผิดต่อข้าที่ใด? สิ่งที่เจ้าทำผิดต่อข้ามีมากมายยิ่งนัก เจ้าพูดมา เจ้าวางแผนลอบทำร้ายข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ข้าแต่งเข้าวังแทนเจ้าก่อน ต่อมาวางยาข้าทำให้ข้าถูกพรากความบริสุทธิ์ เจ้าพูดมาเรื่องใดบ้างที่เจ้าทำดีต่อข้า?”
หลินเสวี่ยหรงกล่าวทั้งน้ำตานองหน้า “พี่ใหญ่ ต่อให้ท่านไม่ชอบข้ารังเกียจข้า แต่ท่านก็ไม่ควรพูดจาให้ร้ายข้าเช่นนี้…” นางเงยหน้าขึ้นไปมองเงาร่างของคนๆ นั้น เซียวเยี่ยนกำลังเดินมาทางนี้เนิบๆ หลินเสวี่ยหรงราวกับคว้าฟางเส้นสุด