ในที่นั้นตื่นตัวขึ้นทันที “ไอหยา ที่แท้มีความคิดล่วงหน้าเนิ่นนานแล้ว จ้าวฮูหยิน ท่านช่างรู้จักเก็บงำนัก! คุณหนูรองถึงกับเรียกใต้เท้ามหาเสนาบดีว่าเตียเตียแล้ว!”
คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงคำพูดที่พูดในกลุ่มสตรีเท่านั้น ไม่อาจพูดติ่หน้าผู้คนได้
หลินเสวี่ยหรงเห็นสีหน้ากลัดกลุ้มของหลินชิงเวย ในใจจึงอดไม่ได้ที่จะลำพองยิ่งนัก ทว่าที่แสดงออกทางสีหน้านั้น “พี่ใหญ่ ท่านไม่ยินดีหรือเจ้าคะ? เป็นเพราะเตียเตียจะให้ท่านแม่ของข้าเป็นภรรยาเอก ดังนั้น…”
หลินชิงเวยทอดถอนใจ “ป้าสะใภ้เป็นมารดาของข้า ข้าจะมีน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่ง ข้าไหนเลยจะไม่ยินดีเล่า ข้าเพียงแต่รู้สึกเสียดายแทนท่านลุงที่จากโลกนี้ไปแล้วต่างหาก”
ทันทีที่คำพูดนี้กล่าวออกมา ทุกคนที่ได้ยินล้วนหน้าเปลี่ยนสี
จ้าวซื่อแทบจะประคองสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ “ชิงเวย เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
หลินชิงเวยยักไหล่ “ยังจะมีความหมายอันใด หลังจากท่านลุงจากไป เพื่อดูแลป้าสะใภ้และน้องสาว บิดาจึงรับพวกท่านเข้ามาอยู่อาศัยในจวน เวลาผ่านมาหลายปีเช่นนี้คนทั้งครอบครัวต่างรักใคร่ปรองดอง เพียงแต่ท่านลุงคงคิดไม่ถึงว่าแค่เขาก้าวผ่านประตูผีไป การรับมาดูแลนี้กลับกลายเป็นดูแลไปถึงบนเตียงของตนเอง หมวกเขียว[1]ที่ท่านลุงสวมไว้ใบนี้ช่างน่าเวทนานัก”
[1] สวมหมวกเขียว หมายถึง สามีที่ภรรยาคบชู้
[1] สวมหมวกเขียว หมายถึง สามีที่ภรรยาคบชู้
[1] สวมหมวกเขียว หมายถึง สามีที่ภรรยาคบชู้