ังจากสิ้นบุญแล้วยังมิอาจนำลงไปในโลงศพได้ แต่ข้าถวายการรักษาอาการประชวรของฝ่าบาทอย่างเหน็ดเหนื่อย ไม่ง่ายดายที่จะมีโอกาสเช่นนี้ ไม่เลือกสิ่งของที่มีน้ำหนักและจับต้องได้เกรงจะเป็นการผิดต่อตนเอง”
สายตาของเซียวเยี่ยนจับจ้องนางไม่วางตา “ดูเหมือนเจ้าจะไม่ยินดีกับเรื่องการจัดงานวันเกิดของมหาเสนาบดีหลิน หรือบิดาของหลินชิงเวยไม่ใช่บิดาของเจ้า เจ้าไม่ใช่หลินชิงเวย?”
หลินชิงเวยประสานสายตากับเขาตรงๆ แล้วหัวเราะออกมา “ท่านอ๋องกำลังพูดอันใดกัน หม่อมฉันฟังไม่กระจ่างแจ้ง”
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
“หม่อมฉันก็มิใช่หลินชิงเวยหรือเพคะ?” หลินชิงเวยเชิดคางขึ้น “ท่านมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าหม่อมฉันมิใช่หลินชิงเวย?”
แน่นอนว่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าตนนางนี้นอกจากเปลือกนอกที่เป็นหลินชิงเวยแล้ว ไม่มีอะไรหมือนหลินชิงเวยแม้แต่อย่างเดียว ต่อให้ตัวนางมีความลับมากมาย แต่เปลือกนอกของนางล้วนเป็นของจริง นี่ก็คือข้อพิสูจน์ฐานะและตัวตนที่มีประโยชน์ที่สุด
เซียวเยี่ยนไม่อาจกล่าวถึงหลักฐาน หลินชิงเวยจึงเอ่ยขึ้นอีกว่า “มหาเสนาบดีเฒ่าคนนั้น เขาไม่เคยคิดว่าข้าเป็นบุตรสาวแท้ๆ อย่าคาดหวังว่าข้าจะเห็นว่าเขาเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดข้า หากมิใช่เขามีใจเอนเอียงให้กับอาสะใภ้และน้องสาว จะถึงขั้นวางยาให้ข้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแต่งเข้าวังมาแทนหรือไร?” นางพูดแล้วมองเซียวเยี่ยนด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มทว่าสายตาเย็นชา “ท่านไม่ต้องบอกข้าว่าสามา