ของข้าครั้งที่แล้วไม่ใช่เจ้า เป็นข้าที่จำคนผิด?”
องครักษ์สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกโล่งใจเพียงเล็กน้อยในใจของเขาพลันมลายสูญสิ้นไปพร้อมกับคำพูดของหลินชิงเวย เขาแคลงใจว่าสตรีนางนี้เจตนาตามหาเขา ไม่ได้เดินหลงทางแล้วต้องการให้เขานำทาง!
ชั่วพริบตาความคิดต่างๆ นานาผุดขึ้นในสมองขององครักษ์ เขาไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้ ถูกหลินชิงเวยจดจำเขาได้ หากนางชี้ว่าเป็นเขา เช่นนั้นเขามีแต่ตายสถานเดียว! หรือเขาเป็นเพียงองครักษ์ชาติกำเนิดต่ำต้อยคนหนึ่ง หากติดตามหลินชิงเวยไปถึงตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยใช้เหตุผลข้อใดเพียงข้อหนึ่งก็เพียงพอที่จะลงทัณฑ์เขา!
ไม่ได้ ไม่อาจเดินตามนางอีกต่อไป และไม่อาจปล่อยให้นางเดินออกไปจากที่นี่ได้ เพื่อให้นางมีโอกาสชี้ตัวตน!
เขาไม่อาจเสี่ยงอันตรายนี้ได้!
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองพลันเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา
หลินชิงเวยเดินไปอีกสองก้าว พบว่าองครักษ์ไม่ได้ติดตามมา กำลังคิดจะหันกายกลับไปถามอีกสักประโยคก็พบว่ามีเงาดำร่างหนึ่งโถมเข้ามาอุดปากของนางเอาไว้และลากนางไปด้านหลังต้นไทร!
องครักษ์ผู้นั้นทางหนึ่งลากร่างของหลินชิงเวย อีกทางหนึ่งพูดขึ้นข้างหูว่า “ในเมื่อเรื่องอะไรเจ้าล้วนรู้ทั้งสิ้น เช่นนั้นก็อย่าได้กล่าวโทษข้าว่าใจคอโหดเหี้ยม!” พูดแล้วใบหน้าบิดเบี้ยวของเขาปรากฏความตื่นเต้นที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้ เขาคะนึงหาสตรีนางนี้มานานแล้ว!
ยามนี้สถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้คนสัญจรไปมา ขอเพียงเขา