่นมือมาจับข้อมือของนางเอาไว้
เดิมทีหลินชิงเวยไม่มีคำพูดอะไรจะกล่าวกับเขา
เซียวเยี่ยนกลับเอ่ยปากถามก่อน “เจ้าและเซี่ยนอ๋องเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“เรื่องอะไรกัน?” หลินชิงเวยหันหน้ามามองเขา กล่าวอย่างไร้เดียงสาและไร้พิษสง “ยังจะมีเรื่องอันใดได้ มีเพียงเรื่องที่ท่านเห็น สีหน้าและสายตาของท่าน มิใช่บอกเรื่องราวทั้งหมดแล้วหรือไร ยังถามข้าอีก?”
เซียวเยี่ยนมองนางด้วยสายตาคลุมเครือ สายตานั้นตกลงบนริมฝีปากนางอย่างอดไม่ได้
ในใจของเซียวเยี่ยนในเวลานี้ราวกับถูกครอบงำด้วยสัตว์ร้ายเช่นกัน คลุ้มคลั่งเล็กน้อย
เขาอยากฟังคำอธิบายจากหลินชิงเวย ขอเพียงนางยอมอธิบาย เขาย่อมเลือกที่จะเชื่อสิ่งใดและไม่เชื่อสิ่งใด น่าเสียดายที่หลินชิงเวยคร้านที่จะอธิบาย
เซียวเยี่ยนจึงได้แต่โกรธขึ้งยิ่งขึ้น เขาออกแรงบีบข้อมือของหลินชิงเวย
เซียวเยี่ยน “เจ้าอย่าทำตัวต่ำช้าเลวทรามเช่นนี้จะได้หรือไม่ ไม่รู้จักละอาย ขอเพียงเป็นบุรุษก็ทำให้เจ้าถูกใจได้แล้วใช่หรือไม่?”
สีหน้าของหลินชิงเวยยังคงเรียบเฉย นางผินกายมามองเซียวเยี่ยนตรงๆ “ใช่แล้วอย่างไรเล่า บุรุษทั้งใต้หล้าล้วนทำให้ข้าถูกใจได้ทั้งสิ้น มีเพียงท่าน เซ่อเจิ้งอ๋อง คนเดียวทำไม่ได้ ท่านจะทำอะไรต่อไป บอกฝ่าบาทว่าข้าทำผิดกฎเกณฑ์ของตำหนักในอีก ประหารข้าหรือส่งข้าเข้าไปในตำหนักเย็นอีกครั้ง? ข้าจะตั้งตารอ” พูดแล้วนางก็สะบัดมือของเซียวเยี่ยนออก เดินมุ่งหน้าออกไป ขาทั้งคู่เหยียบลงบ