ปด้วย แต่ข้าไม่มีความรู้สึกใดต่อท่านทั้งสิ้นดังนั้นท่านหลีกไปจะดีที่สุด!”
ปลายนิ้วของเซียวอี้ลูบไล้ลงบนกลีบปากของหลินชิงเวย ท้องนิ้วของเขาแตะถูกชาดบนริมฝีปากเล็กน้อย “เจ้าดูปากเล็กๆ ของเจ้า พูดไม่หยุดปาก ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าไม่รู้สึกอะไรต่อข้า แต่ข้ารู้สึกต่อเจ้านี่นา”
พูดแล้ว เซียวจี้ก็จุมพิตลงมา หลินชิงเวยตื่นตระหนก เห็นกับตาว่าเขากำลังจะจุมพิตนางแล้วจึงรีบกล่าวขึ้นว่า “ช้าก่อน”
“รออะไรเล่า?”
นางพูดแล้วพลันนึกขึ้นได้ว่าบรรดาศักดิ์ของเซี่ยนอ๋องฟังคุ้นหูอยู่บ้าง เวลานี้พลันนึกออกแล้วว่าดูเหมือนเมื่อแรกที่นางถูกหลินเสวี่ยหรงทำร้ายร้ายได้เอ่ยถึงเซี่ยนอ๋อง
เมื่อคิดถึงความเคียดแค้นชิงชังของหลินเสวี่ยหรงในยามนั้น จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าเมื่อก่อนร่างนี้ของตนคงมีความเกี่ยวข้องกับเซี่ยนอ๋องอยู่บ้าง เพียงแต่ต่อมาภายหลังถูกหลินเสวี่ยหรงใช้แผนการร้าย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินชิงเวยพลันสงบลง นางกล่าวว่า “คิดดูแล้วท่านคงจะรู้เรื่องของข้าและชายชู้ คนทั้งตำหนักในต่างรู้เรื่องนี้”
เซียวจี้กล่าวอย่างไม่ยี่หระ “เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า ข้าไม่รังเกียจที่จะลักลอบกับเจ้าอีกครั้ง”
หลินชิงเวยกลับเอ่ยขึ้นว่า “วันแต่งงานวันนั้น เดิมทีที่ควรจะแต่งเข้ามาเป็นน้องสาวของข้า หลินเสวี่ยหรง” ทันทีที่เอ่ยประโยคนี้ออกมา หลินชิงเวยเห็นความเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเซียวอี้จริงๆ หลินชิงเวยกล่าวอีกว่า “น้องสาวล