ท่านว่าฝ่าบาทหรือเซ่อเจิ้งอ๋องจะเชื่อจริงๆ หรือว่าท่านบริสุทธิ์ใจ?”
เมื่อคำพูดนี้กล่าวออกมา สีหน้าของเซียวอี้ไม่ปรากฏแววขี้เล่นอีกต่อไป กลับกลายเป็นแววตาสุขุมนิ่งลึก
สตรีนางนี้ ไม่อาจดูเบาโดยเด็ดขาด
ดวงตาของเซียวเยี่ยนยังคงทอประกาย “เวยเวย ไม่พบกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน เจ้าเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน ข้าพลันรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ให้เจ้าแต่งเข้ามาในวังแทนนาง”
นาทีถัดมา หลินชิงเวยถลึงดวงตาทั้งคู่
คนผู้นี้…กลับไม่ใส่ใจต่อคำเตือนของนาง ยังคงแนบชิดเข้ามา ฝ่ามือหนึ่งโอบลำคอของนาง อีกมือหนึ่งประคองศีรษะด้านหลังของนาง ริมฝีปากทั้งคู่แนบชิด จุมพิตนาง!
หลินชิงเวยไม่อาจเคลื่อนไหวแขนและขาได้ ทั้งยังมิอาจต่อต้านขัดขืน!
จุมพิตนี้เร่าร้อนราวกับเปลวไฟ ปลายลิ้นนั้นแนบติดชิดไปกับแนวฟันของนาง คิดจะสอดเข้าไปในโพรงปากของนาง แต่นางกัดฟันเอาไว้อย่างเอาเป็นเอาตาย
เพียงแค่คิดถึงภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้น หลินชิงเวยก็รู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมาเป็นระลอก แล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ในลานประหารเมื่อเที่ยงวัน กระเพาะของนางพลันบีบรัดตัวขึ้นมาทันที
หลินชิงเวยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย นางอ้าปาก ขณะที่เซียวเยี่ยนเข้าใจว่าเขาได้เปรียบอย่างยินดี นางร้องเสียง “แหวะ” ครั้งหนึ่ง อาเจียนใส่ปากเขาเต็มๆ…
เซียวอี้กลายเป็นหินทันที ต่อมาเขาอาเจียนน้ำเปรี้ยวๆ ออกจากปากของตน และอาเจียนแห้งๆ ตามไปด้วย
เซียวอี้อาเจียนกระทั่งนัยน์ตาแดงก่ำ เขาช