่เคลื่อนไหวก้าวเดินตามจังหวะของคนผู้นั้น หลังจากพลิกไปพลิกมาหลายตลบ แผ่นหลังของนางก็แนบติดไปกับต้นไห่ถังต้นหนึ่ง กิ่งไม้ของต้นไห่ถังสั่นสะเทือนเบาๆ กลีบดอกไม้สีแดงที่อยู่บนต้นจึงร่วงหล่นลงมาราวกับสายฝนก็มิปาน
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมอง ประสายสายตากับรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลา ในใจอดไม่ได้ที่จะเกิดโทสะขึ้นเป็นริ้วๆ
เจ้าสุนัขผายลมเซี่ยนอ๋องผู้นี้มิใช่อยู่ในตำหนักซวี่หยางหรือไร ไฉนจึงมาอยู่ที่นี่ได้? เดินเหินล้วนไร้สุ้มเสียง หรือสะกดรอยตามนางมา ตามนางมานานถึงเพียงนี้ไฉนนางจึงไม่รู้ตัว
ถูกต้องแล้ว นาทีนี้ผู้ที่โอบนางอยู่คือเซี่ยนอ๋อง เซียวอี้ อย่างไร้ข้อกังขา
เซียวอี้กล่าว “เสี่ยวเวยเวย เจ้าช่างรู้จักเลือกสถานที่ยิ่งนัก มาถึงก็เลือกสถานที่เปลี่ยวไร้ผู้คนเช่นนี้ รู้ว่าข้าจะต้องมาหา มาพบเจ้าที่นี่ใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยกล่าว “ข้าเคยพบคนหน้าไม่อายมาก่อน แต่หน้าไม่อายเช่นท่านนี้ข้าเพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก”
นางดิ้นรนต่อสู้เซียวอี้กลับยิ่งกอดยิ่งแน่นหนา รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเจิดจ้าทิ่มแทงสายตายิ่งนัก หลินชิงเวยถลึงตาใส่เขาอย่างทนไม่ไหว เขากลับกล่าวกลั้วหัวเราะด้วยความสุข “เจ้ายิ่งปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ ในใจของข้ายิ่งชมชอบ”
“ท่านปล่อยข้า” หลินชิงเวยกล่าว “ที่นี่คือตำหนักใน รบกวนท่านอ๋องให้เกียรติตนเองด้วย!”
“ให้เกียรติตนเอง?” เซียวอี้หัวเราะอย่างพึงใจ “แต่ไรมาข้าไม่รู้ว่าตัวอักษรสองตัวนี้เขียนอย่างไร ข้