ารู้เพียงแค่ว่าโฉมงามอยู่เบื้องหน้า หากไม่ถนอมพฤกษาอาลัยหยกเช่นนั้นเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง ภายในตำหนักในนี้หญิงงามมีมากมาย ทว่าน้อยนักที่จะได้พบสตรีเผ็ดร้อนดุดันเช่นเจ้า เพ้ยๆๆ เมื่อสักครู่เจ้าโยนเสื้อผ้าใส่หน้าเซ่อเจิ้งอ๋อง ข้ายังไม่ได้บอกว่าเจ้าทำได้ดี”
หลินชิงเวยยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเขาด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์
เขาเอ่ยอีกว่า “เพียงเซ่อเจิ้งอ๋องผู้นั้นเป็นคนไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ข้ากลับคิดว่าเจ้าสวมชุดของขันทีน้อยแล้วกลับทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่า ทำให้ดูแล้วเป็นบุคลิกอีกแบบหนึ่ง เซ่อเจิ้งอ๋องไม่ทนุถนอมเจ้า เจ้าไม่สู้มาติดตามข้า” พูดแล้ว มือของเซียวอี้ก็ลูบลำคอของหลินชิงเวย ปลายนิ้วเรียวนั้นลูบลงบนรอยนิ้วมือของเซียวเยี่ยน ดูไปแล้วราวกับเขาปวดใจยิ่งยวดอย่างไรอย่างนั้น
หลินชิงเวยขนลุกเกรียวทั่วร่าง
หลินชิงเวยกล่าว “ข้าจะพูดอีกครั้ง ปล่อยข้า”
ชัดเจนยิ่งนักว่าเซียวอี้กำลังท้าทายขีดความอดทนของนาง “ข้าไม่ปล่อย เจ้าจะทำอะไรได้?” ทันทีหลินชิงเวยขยับปลายนิ้วมือ เซียวอี้กลับรู้ตัวว่องไวนัก เขายกมือขึ้นจี้สกัดจุดนางทันที
เผชิญหน้ากับความโกรธขึ้งของหลินชิงเวย เขาหัวเราะอย่างสาสมใจยิ่งขึ้น “งูตัวเล็กตัวนั้นของเจ้าเล่าอยู่ที่ไหน? เจ้าคงไม่คิดจะเรียกงูเล็กตัวนั้นมากัดข้าอีกกระมัง? ข้าค้นดูสักหน่อย หามันออกมาคืนนี้จะได้นำไปตุ๋น”
“…” หลินชิงเวยร้อนรุ่มใจ ไม่คิดว่าคนผู้นี้พูดแล้วจะลงมือทันที มือข