งเจ้า ปล่อยนางเดี๋ยวนี้!”
เงาร่างด้านหลังของเซียวเยี่ยนชะงักงัน ประจวบเหมาะกับเวลานี้ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เซียวเยี่ยนคลายนิ้วมือ ปล่อยหลินชิงเวย หลินชิงเวยฟุบลงบนพื้นไอโขลกอย่างหนักพร้อมกับหอบหายใจ
เซียวเยี่ยน “หากยังมีครั้งหน้า เปิ่นหวางจะสังหารเจ้าจริงๆ”
ทันทีที่สิ้นเสียงหน้าประตูตำหนักบรรทมก็ปรากฏเงาร่างของคนๆ หนึ่ง มิใช่เซี่ยนอ๋องที่เพิ่งจะพบกันเมื่อสักครู่หรอกหรือ
เซี่ยนอ๋อง เซียวอี้
บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมพลันแปลกไปจนมิอาจบรรยายได้
ใบหน้าของเซียวจิ่นยังไม่สงบลง เซียวเยี่ยนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนข้างกายหลินชิงเวย สีหน้านั้นเย็นเยียบยิ่งยวด ส่วนหลินชิงเวยนั้นฟุบร่างอยู่บนพื้น ลำคอขาวผ่องของนางปรากฏรอยนิ้วมือชัดเจน
เซียวอี้ไม่ใช่คนเขลา เขาเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ นัยน์ตากลอกไปมาทำราวกับตนไม่รู้เรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น ยังคงกล่าวยิ้มๆ ดังเดิม “นี่กำลังทำอะไรกัน มิใช่เวลาเสวยพระกระยาหารเที่ยงหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เขามองไปบนโต๊ะเสวย “พระกระยาหารเต็มโต๊ะตัวนี้ เหตุใดไม่มีใครแตะต้อง?”
ต่อมาเซียวอี้เดินเข้ามากล่าวกับเซียวจิ่น “กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาทพะยะค่ะ”
น้ำเสียงของเซียวจิ่นแหบเล็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายครั้งระหว่างที่เซียวอี้เข้ามา ในที่สุดก็กลับมาสงบดังเดิม จึงกล่าวเรียบๆ ว่า “เสด็จอาสามไม่ต้องมาพิธี”
เซียวอี้จึงยืดกายขึ้น “เรื่องทางด้านประตูเจิ้งเสวียนเพิ่งจ