ยวจิ่นจะต้องมาเห็นภาพเช่นนี้ เขากำลังปกป้องเซียวจิ่น นาทีก่อนหน้านี้หลินชิงเวยรู้สึกว่าการปกป้องเซียวจิ่นของเขานั้นออกจะเกินเลยไปบ้าง ทว่าเวลานี้ดูแล้วไม่เกินเลยไปแม้สักกระผีก
ภายในตำหนักซวี่หยางทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ดอกไม้ในฤดูวสันต์บานสะพรั่ง แสงแดดเจิดจ้า อากาศอบอุ่น
นางกำนัลต่างกำลังทำงานมือเป็นระวิง จนถึงบัดนี้เซียวจิ่นยังไม่ได้เสวยพระกระยาหารมื้อเที่ยง
สีหน้าเซียวจิ่นซีดขาวมาตลอดทาง มาถึงตำหนักซวี่หยางเขาทนไม่ไหวในที่สุด เอียงหน้าแล้วอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย
ภาพเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดติดอยู่ในสมองของเขา ไม่อาจลบทิ้งไปได้ ทุกครั้งที่เขาย้อนคิดถึงก็ทำให้เขารู้สึกตกอยู่ในสภาพเวียนศีรษะราวกับอยู่พลิกคว่ำอยู่กลางทะเล
เซียวจิ่นอาเจียนเสียสิ้นไส้สิ้นพุงโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง แม้กระทั่งน้ำย่อยในกระเพาะก็อาเจียนออกมา เส้นเลือดสีเขียวข้างขมับนูนขึ้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะรับไหว
ท้ายที่สุดแม้กระทั่งน้ำย่อยก็อาเจียนออกมาไม่ได้ ทว่าเขายังคงอาเจียนไม่หยุดอยู่นั่นเอง เซียวเยี่ยนรีบอุ้มเขากลับไปนอนลงในตำหนักบรรทม หลินชิงเวยฝังเข็มให้เขาช่วยให้เขาสงบลง
เซียวจิ่นพูดยิ้มๆ อย่างอ่อนแรง “เจิ้นไม่เป็นไร” หรือเขาไม่ควรไป เรื่องราวที่เขาซึ่งอยู่ในวัยนี้รับไม่ไหวยังมีอีกมาก เซียวเยี่ยนหันมามองหน้าหลินชิงเวย สายตานั้นเคียดแค้นชิงชังยิ่งนักที่ไม่อาจหักนางเป็นสองท่อนได้ เซียวจิ่นรีบกล่าว