จนเคยชิน แต่ไม่เคยได้พบเห็นสถานการณ์น่าหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อนเด็ดขาด
นางถูกทำให้ตื่นตระหนกตกใจ ตกใจจนพูดไม่ออก
ศีรษะของคนแต่ละคน ถูกย้ายออกมาจากลำคอ โลหิตสดๆ ฉีดพ่นไหลย้อยลงมาบนพื้น มีดวงตาบางคู่ยังไม่ทันได้ปิดลง ตายตาไม่หลับ
ชีวิตคนร้อยกว่าคน ดาบที่เงื้อขึ้นและตวัดลงมา ศีรษะของพวกเขาถูกโยกย้าย ร่างกายนั้นล้มลงมาข้างหน้า ศพนอนขวางบนลานประหาร
ดูเหมือนทุกคนที่อยู่ในลานประหารต่างถูกภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ตื่นตะหนก แม้กระทั่งเซี่ยนอ๋องก็หัวเราะไม่ออกอีก
ในใจของหลินชิงเวยเกิดความรู้สึกหลากหลายประดังประเดถาโถมเข้าใส่ แต่กลับหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ นี่เป็นการลงทัณฑ์อันโหดร้ายทารุณในยุคสมัยโบราณ และนางในเวลานี้อยู่ในยุคสมัยนี้ ชีวิตเสมือนต้นหญ้า เพียงนางล่วงเกินอำนาจของราชวงศ์ มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องมีจุดจบเช่นเดียวกับพวกเขา
ต่อให้นางต่อต้านมากกว่านี้ ย่อมเป็นเช่นแขนที่ไม่อาจต้านทานต้นขาได้ นอกเสียจากว่านางจะเป็นราชวงศ์ด้วยเช่นกัน
ต่อมาหลินชิงเวยไม่รู้ว่าพวกเขาเก็บกวาดลานประหารอย่างไร นางตกอยู่ในสภาวะมึนงง เมื่อนางได้สติขึ้นมาอีกครั้ง นางและเซียวจิ่นต่างเดินอยู่ระหว่างทางกลับตำหนักซวี่หยาง มีเซียวเยี่ยนเดินมาพร้อมกันด้วย ระหว่างทางล้วนไม่มีการเอ่ยวาจาแม้สักประโยค
หลินชิงเวยเพิ่งจะได้สติและรับรู้ว่าไม่ควรมา ไม่ว่าเซียวจิ่นจะมีบัญชาอย่างไรต่อนาง นางล้วนไม่ควรมา เป็นเพราะเซียวเยี่ยนกังวลว่าเซี