นเยือกเย็นของเขาเพิ่มความชวนมองขึ้นอีก
เขาไม่มีอารมณ์จะหยุดเดินแล้วหันมาทักทายหรือสาดวาจาเย็นชาสักประโยคสองประโยคกับนาง
ส่วนหลิงชิงเวยนั้นงดงามประดุจดอกไห่ถังและยากที่จะเข้าใกล้
นางพาซินหรูเดินสวนทางกับร่างของเซียวเยี่ยนไปเงียบๆ ฝีเท้าของเซียวเยี่ยนไม่หยุด แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเห็นหลินชิงเวยเป็นอากาศธาตุ เขาตวัดหางตามองนางเรียบๆ แวบหนึ่ง
เดินออกมาไกลสักหน่อยแล้ว ซินหรูจึงถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “เมื่อสักครู่เป็นเซ่อเจิ้งอ๋องนี่นา เหตุใดพี่สาวจึงไม่กล่าวทักทายเขาล่ะเจ้าคะ?”
หลินชิงเวย “เจ้าช่างสังเกตเหมือนกันนี่ เมื่อกลางวันไม่ได้ยินฝ่าบาทบอกหรือไรว่าเซ่อเจิ้งอ๋องยุ่งเรื่องคดี เซ่อเจิ้งอ๋องเป็นผู้ตัดสินโทษประหารเก้าชั่วโคตร บนร่างของเขาเต็มไปด้วยรังสีสังหาร จะมีเวลามาพูดจากับพวกเราหรือไร?”
“อ้อ…” ซินหรูคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ
คิดไม่ถึงว่าเมื่อหลินชิงเวยไปถึงตำหนักซวี่หยางในวันรุ่งขึ้น มีคนจำนวนไม่น้อยคุกเข่าอยู่หน้าประตูตำหนัก เมื่อพิศดูเครื่องแต่งกายของพวกเขาแล้วล้วนสวมชุดขุนนางของราชสำนัก เป็นขุนนางในราชสำนักอย่างไม่ต้องสงสัย หลินชิงเวยเดินผ่านไปได้ยินพวกเขากล่าวเสียงดังว่า “ใต้เท้าเซี่ยเป็นขุนนางซื่อสัตย์จงรักภักดี เขาถูกใส่ร้ายป้ายสี พวกกระหม่อมขอฝ่าบาทละเว้นโทษตายให้กับเขา ตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน คืนความยุติธรรมให้กับใต้เท้าเซี่ยพะยะค่ะ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินชิงเวยได้พบ