๋องผู้นี้ไฉนจึงมีเงินมากมายเช่นนี้!
แต่ต่อให้เซียวเยี่ยนให้นางหนึ่งหมื่นตำลึงทองในเวลานี้ นางก็ไม่แลก!
หลินชิงเวยหรี่ตาลงแล้วกล่าวว่า “ยิ่งท่านเป็นเช่นนี้ ยิ่งชัดเจนขึ้นอีกว่าหยกในมือของข้าชิ้นนี้มีความสำคัญยิ่ง ท่านคิดว่าข้าจะแลกเปลี่ยนกับท่านหรือไม่?”
“ในเมื่อพูดด้วยดีๆ ไม่ยอมทำตาม เช่นนั้นก็คงต้องบังคับ” เซียวเยี่ยนพูดแล้วก็ลงมือยื้อแย่งทันที หากจะยื้อแย่งกันจริงๆ หลินชิงเวยย่อมสู้เขาไม่ได้ เขาเพียงแต่ลองเจรจากันด้วยเหตุผลก่อน หากล้มเหลวจึงจะใช้กำลังเท่านั้นเอง
ไหนจะคาดคิดว่าหลินชิงเวยราวกับเป็นทองไม่รู้ร้อน ยกมือขึ้นหยิบหยกชิ้นนั้นใส่เข้าไปในอาภรณ์ของตน นางนำหยกชิ้นนั้นใส่ไว้บริเวณหน้าอก
เซียวเยี่ยนทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
หลินชิงเวยเชิดคางเอ่ยอย่างท้าทาย “บุรุษตัวเหม็นที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะกล้าเข้ามาค้น!”
เซียวเยี่ยน “…”
ไส้ตะเกียงที่อยู่ในตะเกียงผ้าโปร่ง ส่งเสียงแตกดังเพียะพะขึ้นครั้งหนึ่ง แสงจากตะเกียงพลันสว่างขึ้นภายในห้องเงียบงันไปชั่วขณะ สุดท้ายเซียวเยี่ยนได้แต่ร้องฮึเสียงเย็นขึ้นครั้งหนึ่งแล้วสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
หลังจากนั้นหลินชิงเวยไม่เห็นเซียวเยี่ยนปรากฎกายขึ้นอีกหลายวันติดกัน หลินชิงเวยไม่พบเขาที่ตำหนักซวี่หยางเช่นกัน พิษในร่างกายของเซียวจิ่นถูกขับออกเกือบหมดแล้ว และยาสมุนไพรที่เพิ่งเพาะปลูกในลานเรือนก็เติบโตไปพอสมควรแล้วเช่นกัน
ซินหรูได้ยินว่า