ียวจิ่นว่า “ฝ่าบาท ฝ่าบาททรงเอนกายนอนให้ดีนะเพคะ”
เห็นท่าทางเคารพนบนอบอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตนของซินหรูแล้ว เซียวจิ่นพลันรู้สึกว่าไม่เหมาะสมยิ่งขึ้นไปอีก เรื่องวิชาแพทย์และยาสมุนไพรนั้น เขามีความรู้สึกเชื่อมั่นต่อคนที่มีอุปนิสัยออกไปทางเผด็จการเช่นหลินชิงเวยมากกว่า แต่ในเมื่อซินหรูเป็นเด็กถือล่วมยาของหลินชิงเวย…เขาจึงได้แต่ฝืนใจพลิกตัวจากนอนหงายลงไปนอนคว่ำบนเตียงอย่างไม่ง่ายดายนัก
นาทีถัดมาปลายนิ้วทั้งสิบของซินหรูเริ่มบีบนวด นางบีบนวดลงไปตามจุดชีพจรของเซียวจิ่น แต่ไรมาเขาไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกเสียวและจั๊กจี้เช่นนี้มาก่อน จึงอาเจียนโลหิตออกมาอีกคำหนึ่ง
เซียวจิ่นเกร็งกล้ามเนื้อแผ่นหลังจนตึงไปทั้งร่าง ซินหรูกดลงบนชีพจรของเขาอีกครั้ง ความรู้สึกเสียวและชานั้นลามไปทั่วร่างกายในชั่วพริบตา ไม่รู้เช่นกันว่านั่นหรือความปลอดโปร่งโล่งสบายกายหรือความเจ็บปวด เขาจึงทอดถอนใจออกมาครั้งหนึ่งอย่างมิอาจควบคุมตัวได้ จึงได้ยินซินหรูเอ่ยขึ้นว่า “ผ่อนคลายเพคะ ฝ่าบาทเกร็งร่างกายเช่นนี้หม่อมฉันนวดไม่ได้เพคะ”
หลังจากความรู้สึกเสียวและชาผ่านไป เซียวจิ่นรู้สึกเบาสบายไปทั้งร่าง
หลังจากนวดกดจุดชีพจรบริเวณแผ่นหลังไปพอสมควรแล้ว มือเล็กๆ ของซินหรูจึงประกบกันเป็นเช่นใบมีด สับลงบนแผ่นหลังตลอดจากบนลงล่าง เซียวจิ่นจึงเกร็งกล้ามเนื้อบนร่างกายขึ้นมาอีกครั้ง ซินหรูจึงกล่าวว่า “ฝ่าบาทมักจะนั่งเป็นเวลานานแน่นอน บริเวณนี้จึ