จู๋กุ้ยเหรินนางนั้นได้ยินว่ามีแขกมาเยือนจึงลุกขึ้นออกมาต้อนรับกลางดึก นางกำนัลเดินนำทางให้หลินชิงเวย เดิมทีหลินชิงเวยคิดเพียงจะมาถามทาง ทว่าคนในเรือนกลับออกมาต้อนรับ หากนางไม่เข้าไปทักทายดูเหมือนจะเป็นการเสียมารยาทอยู่บ้าง
ทิงจู๋เซวียน เป็นสถานที่สงบเงียบแห่งหนึ่ง ตลอดทางที่เดินผ่านมาพบเห็นมากที่สุดก็คือต้นไผ่
ภายในเรือนปรากฏให้เห็นโคมไฟสีนวลตา นางกำนัลหยุดอยู่ด้านนอก
หลินชิงเวยยกเท้าก้าวเข้าไปข้างใน เมื่อเงยหน้าขึ้น หญิงงามภายในเรือนนั่งอยู่บนตั่งตัวยาว เบื้องหน้ามีโต๊ะเตี้ยตัวหนึ่งวางอยู่ มือคู่นั้นกำลังเลือกไส้ตะเกียงจากนั้นเติมน้ำชา
นางสวมอาภรณ์ผ้าโปร่งสีแดงสดทั้งตัว ผมยาวนั้นราวกับม่านน้ำตก ปลายนิ้วเรียวยาว งดงามเฉิดฉายประหนึ่งภาพวาด
หลินชิงเวยรู้สึกเหมือนนางเป็นเปลวไฟกลุ่มหนึ่ง อากาศภายในห้องล้วนถูกนางทำให้อบอุ่นขึ้น พลันคิดในใจว่าตั้งแต่โบราณมาหญิงสาวที่ถูกคัดเลือกเข้าวังมา แต่ละนางล้วนเป็นหญิงงามที่มีความงามเป็นเลิศทั้งสิ้น
หลินชิงเวยรู้สึกเสียดายลึกๆ เพียงแค่เสียดาย เซียวจิ่น เด็กคนนั้นยังเล็ก
จู๋กุ้ยเหรินท่านนี้เงยหน้าขึ้นมองหลินชิงเวย นางคลี่ยิ้มเต็มที่ กล่าวด้วยมารยาทว่า “จู๋อวิ๋นถวายคำนับเจาอี๋เหนียงเหนียง”
ในความทรงจำของหลินชิงเวยไม่คุ้นเคยกับนาง การพบกันครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ดูจากท่าทางของนางกลับดูเหมือนรู้จักตน ทว่ารูปร่างหน้าตาของนางดูเหมือนจะแตกต่างจากผู้อื่น รู