ปหน้าของนางคมขำชัดเจน เบ้าตานั้นค่อนข้างลึกรับกับดวงตากลมโต ยิ่งทำให้ดูลึกลับ นางกลับมีลักษณะและกลิ่นอายของชนกลุ่มน้อย หลินชิงเวยกล่าว “เจ้าไม่ต้องเกรงใจ มารบกวนกลางดึก ยังต้องให้กุ้ยเหรินออกมาต้อนรับด้วยตนเอง เสียมารยาทเกินไปแล้ว”
“หากเจาอี๋เหนียงเหนียงไม่รังเกียจ ที่นี่ได้ตระเตรียมน้ำชาไว้แล้ว เชิญเหนียงเหนียงลองชิมดูเถิด”
หลินชิงเวยจึงเดินเข้าไป กลิ่นหอมหวานเอียนของแป้งหอมที่กำจายออกมาจากร่างของจู๋กุ้ยเหริน น่าจะเป็นกลิ่นที่ชายหนุ่มชื่นชอบ แต่จมูกของหลินชิงเวยนั้นไวราวกับจมูกสุนัข นอกจากกลิ่นเครื่องหอมแล้วนางยังได้กลิ่นอย่างอื่นปะปนมาด้วย
หลินชิงเวยนั่งลงตรงข้ามจู๋กุ้ยเหริน สายตากวาดผ่านร่างของจู๋กุ้ยเหรินเรียบๆ อาภรณ์ผ้าไหมสีแดงบนร่างของนางช่วยบดบังผิวพรรณของนางได้อย่างพอเจาะพอเหมาะ ตนเองจึงได้แต่ทำเหมือนไม่รู้เรื่องใดๆ เม้มปากดื่มน้ำชาไปหนึ่งคำ “ไม่ปิดบังความจริง คืนนี้ข้าเดินหลงทาง เดินไปๆ ไม่รู้ว่าเดินไปถึงที่ใดแล้ว เดิมทีคิดจะกลับไปตำหนักฉางเหยี่ยน ทว่ากลับมารบกวนจู๋กุ้ยเหรินโดยมิรู้เนื้อรู้ตัว อีกประเดี๋ยวยังต้องรบกวนจู่กุ้ยเหรินให้นางกำนัลของที่นี่ไปชี้ทางให้ข้าสักหน่อย”
จู๋กุ้ยเหรินกล่าวยิ้มๆ “เหนียงเหนียงเกรงใจเกินไปแล้ว ทิงจู๋เซวียนของหม่อมฉันเงียบสงบตลอดมา วันนี้มีเหนียงเหนียงให้เกียรติมาเยือน อีกประเดี๋ยวหม่อมฉันจะให้คนส่งเหนียงเหนียงกลับไป”
หลินชิงเวยวางถ้วยน้ำชาลง