“ไม่ต้องแล้ว ขอเพียงช่วยชี้ทางให้ข้าถึงริมสระไท่เยี่ยก็พอ เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของกุ้ยเหริน”
หลินชิงเวยออกมา เสียงของจู๋กุ้ยเหรินลอยออกมาจากภายในเรือน น้ำเสียงนั้นแหบเล็กน้อย ทว่ากลับมีเสน่ห์ดึงดูดคนยิ่งนัก นางกำชับให้นางกำนัลมาชี้ทางให้หลินชิงเวย
ต่อมาหลินชิงเวยออกจากทิงจู๋เซวียน นางกำนัลชี้ทางให้นางแจ่มแจ้งดีแล้ว นางจึงเดินกลับไปตามทางเล็กที่นางเดินมา เพียงแต่เมื่อเดินออกมาไกลพอแล้วนางหันกลับไปมองไม่เห็นตำหนักทิงจู๋เซวียน หลินชิงเวยจึงพิงต้นไม้ข้างทาง ก้มหน้าลงถ่มน้ำชาคำนั้นที่นางอมไว้ในปากตลอดเวลาออกมา
หลังจากผ่านประสบกาณ์การรถูกลอบทำร้ายมาหลายครั้งหลายครา หลินชิงเวยจึงจำเป็นต้องมีการป้องกันตนเองที่มากพอ
หลังจากนางถ่มน้ำชาแล้ว พลันมีเสียงอ่อนโยนของชายหนุ่มคนหนึ่งลอยเข้าหูของนาง “อืม คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีการป้องกันแน่นหนาเช่นนี้”
“ใครกัน?” หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียง
ภายใต้เงามืดมีเงาร่างร่างหนึ่งเดินออมา เป็นบุรุษคนหนึ่งจริงๆ ออกมาทำหลบๆ ซ่อนๆ ในเวลากลางดึกเห็นได้ว่ามิใช่พฤติกรรมของคนดี
ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มปรากฏอยู่ เขาเดินเข้ามาหาหลินชิงเวยทีละก้าว แม้จะมีหน้าตาหล่อเหลา รอยยิ้มดูแล้วเจ้าชู้เสเพล ทว่ากลับให้ความรู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งร่างกับผู้คน
รูปร่างเล็กบอบบางเช่นหลินชิงเวย….ที่น่ารังเกียจที่สุดก็คือ จะมองใครล้วนต้องเงยหน้าทั้งสิ้น นอกจากมองซินหรูและเ