้าของหลินชิงเวยงดงามดึงดูดสายตายิ่งนัก “ไม่อาจพอใจได้มากไปกว่านี้แล้วเพคะ เชิญฝ่าบาทนอนลงเพคะ หม่อมฉันจะปรนนิบัติฝ่าบาทให้สบายเนื้อสบายตัวไปทั้งร่างเลยทีเดียวเพคะ” พูดแล้วนางก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกมาเป็นกรงเล็บ ทำท่าบีบนวด และกล่าวอย่างทะลึ่งตึงตังว่า “ยามนี้หม่อมฉันจะปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของฝ่าบาทแล้วนะเพคะ”
เซียวจิ่น “…”
เซียวเยี่ยนกล่าวเสียงเย็นว่า “ให้เปิ่นหวางทำเถิด”
“ไม่ต้อง ให้เจิ้นทำเองดีกว่า” เซียวจิ่นยกมือทั้งคู่ของตนปลดเสื้อคลุมชั้นนอกของตนออก เพียงแต่เขาไม่อาจถอดกางเกงของตนได้ ด้วยขาทั้งสองข้างมิอาจงอเพื่อยกขึ้นมาได้ ไม่รอการช่วยเหลือจากเซียวเยี่ยน หลินชิงเวยลงมืออย่างรวดเร็ว นางจับเอวกางเกงของเซียวจิ่นมั่นมือ จากนั้นปลดกางเกงของเขาลง
หลินชิงเวยมีสีหน้าประหลาดใจ “ได้ ครานี้ไม่อาจทักทายกับสหายน้อยของฝ่าบาทได้แล้วเพคะ”
เซียวจิ่นยังกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนดังเดิม “เจิ้นคิดว่า เช่นนี้แล้วก็ไม่ต้องปลดกางเกงชั้นในกระมัง ยังเป็นเสด็จอาที่สอนวิธีการนี้ให้กับเจิ้น”
หลินชิงเวยหันหน้าไปถลึงตาใส่เซียวเยี่ยนครั้งหนึ่ง เซียวเยี่ยนกล่าวว่า “หลินเจาอี๋ตั้งใจถวายการรักษาฝ่าบาทเถิด ส่วนเรื่องเหล่านั้นที่จะมีหรือไม่มีนั้น คิดให้น้อยจะดีที่สุด”
“สิ่งใดที่ว่ามีหรือไม่มี?” เสียงหัวเราะของหลินชิงเวยพร่างพราวไปด้วยเสน่ห์จับใจผู้คน “เสด็จอาร้ายกาจยิ่งนัก!”
เซียวเยี่ยน “…”
จากนั้นหลินชิงเวยนั่งลงริมเ