่าวซ้ำเติม “ครั้งนี้ท่านอ๋องทำสิ่งของอันใดตกหล่นเล่า? เป็นของล้ำค่าอีกหรือ?”
เซียวเยี่ยนหรี่ตามองนางอย่างเย็นชาพลางกล่าวอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า “เป็นเครื่องประดับสวมเอว เปิ่นหวางไม่เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า”
หลินชิงเวยแตะคางของตนและกล่าวราวกับกำลังครุ่นคิด “ที่ท่านพูดถึงเป็นหยกทรงกลมสีม่วงชิ้นหนึ่งใช่หรือไม่? งดงามไม่เลว แต่มันตกเป็นของเจ้าของคนใหม่แล้ว”
“เจ้าคืนสิ่งของมาจะดีที่สุด”
หลินชิงเวยเอนกายเข้าใกล้เซียวเยี่ยน นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “เมื่อคืนนี้ใครใช้ให้เสด็จอารังแกข้าเล่า นั่นเป็นเพียงการชดเชยอย่างหนึ่ง แหะๆ วันนี้ข้าไม่ได้นำติดตัวมาด้วย ท่านต้องการสิ่งของคืน ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้”
เซียวเยี่ยนโกรธเสียจนไม่อาจเอ่ยวาจาออกมาได้
หลินชิงเวยฮัมเพลงแล้วประสานมือไว้ด้านหลังพร้อมกับทำทีจะเดินจากไป จะมาแข่งหน้าหนากับพี่สาวเช่นนั้นหรือ เจ้ายังอ่อนหัดไปหน่อย
“ยืนอยู่ตรงนั้น” เซียวเยี่ยนร้องเรียกอยู่ด้านหลัง
หลินชิงเวยหันกลับไป กล่าวกลั้วหัวเราะว่า “เสด็จอายังมีอะไรจะชี้แนะ?”
เซียวเยี่ยนก้าวเข้ามาสองก้าว ยืนอยู่บนระเบียงทางเดินกับนาง อากาศในวสันตฤดูของวันนี้แจ่มใสนัก แสงแดดที่ส่องผ่านมุมชายคาเรือนสะท้อนกลับมาบนพื้น หลินชิงเวยสวมกระโปรงสีเขียวอ่อน ขับให้ผิวพรรณของนางยิ่งขาวผ่อง ผมหน้าม้าที่งองุ้มลงเล็กน้อยแนบติดไปกับหน้าผากของนาง ดวงตาที่อยู่บนใบหน้านั้นเจิดจ้ากว่าแสงแดดในวสันตฤ