หลินชิงเวยหยิบเครื่องประดับสวมเอวออกมาชิ้นหนึ่ง คีบไว้ระหว่างปลายนิ้วพิศดูอย่างละเอียด นางสามารถจินตนาการได้ถึงใบหน้าบอกบุญไม่รับของเซียวเยี่ยนในเวลานี้
เครื่องประทับสวมเอวชิ้นนี้เป็นหยกสีม่วงทรงกลมชิ้นหนึ่ง งดงามอย่างยิ่ง บนหยกสลักลายเมฆา ดูลึกลับและหรูหรา ด้านล่างยังห้อยพู่ไหมลื่นมือสีม่วงเข้มเช่นเดียวกับสีของหยก
นี่เป็นเครื่องประดับสวมเอวที่เซียวเยี่ยนพกพาติดกาย ลำพังเพียงแค่ดูสีของหยกและคุณภาพของหยก หลินชิงเวยก็รู้ว่าหยกชิ้นนี้มีมูลค่ามากกว่าถุงเงินใบนั้นของเซียวเยี่ยนมากมายนัก เครื่องประดับสวมเอวชิ้นนี้หากประดับไว้ที่เอวจะบ่งบอกถึงหน้าตาและบอกถึงฐานะของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน
มูลค่าน่าจะไม่ต่างจากสิ่งของเล็กๆ เหล่านั้นในห้องทรงพระอักษร ล้วนเป็นสิ่งของชั้นดี
หลินชิงเวยยิ่งพิศยิ่งชมชอบ จึงนำมาถือเล่นในอุ้งมือ อย่าหวังว่านางจะคืนสิ่งของชิ้นนี้ให้กับเซียวเยี่ยนเช่นถุงเงินใบนั้น ในเมื่อตกมาอยู่ในมือของนางแล้วย่อมต้องเป็นสิ่งของของนาง
เซ่อเจิ้งอ๋อง คิดจะเล่นกับพี่สาว เจ้าต้องตั้งใจมากกว่านี้
ที่จริงบาดแผลบนหน้าผากของลวี่เฉี่ยวไม่ได้สาหัสอะไรมากนัก เปลี่ยนยาวันละครั้งก็เพียงพอ แต่ช่วยไม่ได้ที่นางกลายเป็นผู้ป่วยฝึกหัดของซินหรู ในวันหนึ่งๆ จึงต้องเปลี่ยนยาถึงห้ารอบ เดิมทีบาดแผลเริ่มจะประสานตัวกันแล้วก็ถูกซินหรูทำจนเลือดออกอีก อีกทั้งลวี่เฉี่ยวเองก็มิกล้าส่งเสียงใดๆ
อาหวงรอคำสั่งอยู่ด้า