นข้าง รอที่จะกัดลวี่เฉี่ยวสักครั้งสองครั้ง
หลินชิงเวยที่ตื่นจากการงีบยามบ่ายมาชี้แนะซินหรูด้วยตนเอง ลวี่เฉี่ยวได้แต่โมโหทว่าไม่กล้าพูดอะไร
ต่อมาลวี่เฉี่ยวทนไม่ไหวแล้วจริงๆ นางจึงขบกรามแน่นแล้วกล่าวว่า “เหนียงเหนียงจะฆ่าจะแกงก็เชิญเลยเจ้าค่ะ เหตุใดต้องมาทรมานบ่าวเช่นนี้”
หลินชิงเวยแตะคางของตน “เจ้าคิดว่าเวลานี้ข้าไม่ดีกับเจ้า? เจ้ารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไร?”
สีหน้าที่ปรากฏบนใบหน้าของลวี่เฉี่ยวก็คือไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ที่กล่าวออกมาคือ “บ่าวไม่กล้าพูดเช่นนี้เจ้าค่ะ”
หลินชิงเวย “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นสาวใช้ที่ข้าพาเข้าวังมาจากจวนสกุลหลิน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่อาจให้เจ้าอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยนได้อีกต่อไป ข้าจำต้องส่งเจ้ากลับบ้านไปรับใช้หลินเสวี่ยหรง”
สีหน้าของลวี่เฉี่ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา นางทำทีอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง หลินชิงเวยกลับมิให้โอกาสนี้แก่นาง ลุกขึ้นแล้วผินกาย “ปี้หลิง วันนี้เจ้าช่วยลวี่เฉี่ยวเก็บข้าวของ ส่งนางออกจากวัง”
“เจ้าค่ะ”
ราชโองการนี้มาได้ว่องไวนัก เซียวจิ่นเพิ่งจะเอ่ยถึงเมื่อยามสายเรื่องที่จะลดตำแหน่งของหลินชิงเวย ยามบ่ายเรื่องราวก็ได้อนุมัติจัดการลงมาเป็นที่เรียบร้อย หลินชิงเวยคิดในใจ น่าแปลกที่เด็กน้อยคนนี้เจ็บป่วยตลอดเวลา เขายังสะสางงานราชกิจได้มากมายเช่นนี้? ทางหนึ่งต้องอนุมัติฎีกา อีกทางหนึ่งยังออกพระราชโองการลดตำแหน่งนางจากนางสนมมาเป็นเจาอี๋
ที่จริงนา