ทรงจำให้เจ้าอีกครั้ง ครั้งก่อนที่ศาลาริมสระมรกต เพราะคนชั้นต่ำคนหนึ่ง เจ้าถึงกับผลักเปิ่นกงตกลงไปในสระ”
หลินชิงเวยทำท่าราวกับเพิ่งนึกออก “หา ที่แท้เป็นเจ้าหรอกหรือ ข้าได้ยินมาว่าเจ้านอนหลับใหลไม่ได้สติ ยังไม่รู้ว่าจะตายหรือรอด ไฉนเวลานี้จึงมายืนอยู่ที่นี่ได้เล่า?”
สีหน้าของจ้าวเฟยย่ำแย่ยิ่งยวด นางกวาดตามองแปลงสมุนไพรของหลินชิงเวยแวบหนึ่ง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยว กล่าวเสียงแหลมว่า “เปิ่นกงได้ยินว่าเวลานี้เจ้าถวายการรักษาให้กับฝ่าบาทโดยเฉพาะ ดูจากการวางท่าของเจ้าแล้วคงไม่ใช่เพียงข่าวลือกระมัง” ต่อมานางแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เจ้าคิดว่าเจ้าถวายการรักษาอาการประชวรของฝ่าบาทจนหายดีแล้วก็จะเหินกายขึ้นเป็นหงส์ได้หรือไร เกรงว่าเจ้าจะเลือกผิดข้างเสียแล้วถึงอย่างไรฝ่าบาทก็ทรงเป็นโอรสของไทเฮา เขาจะไม่ฟังคำพูดของไทเฮาได้อย่างไร?”
หลินชิงเวยยิ้มบางๆ “ข้าย่อมเหินกายขึ้นเป็นหงส์ไม่ได้ เจ้าจึงจะทำได้”
เมื่อจ้าวเฟยได้ยินเช่นนั้น แทบจะรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ไม่ได้ นางจึงเอ่ยด้วยสีหน้าเดือดดาลว่า “เจ้า เจ้ากล้าพูดว่าเปิ่นกงเป็นแค่นกกระจอก?!”
หลินชิงเวยยักไหล่ “ไม่ได้พูด ข้ามีพูดหรือไร? ข้าไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียวกระมัง ล้วนเป็นเจ้าพูดเอง”
ซินหรูลุกขึ้นจากพื้นในเวลานี้เอง แล้วหันกายเดินมายืนเคียงข้างหลินชิงเวย นางมองสาวใช้ข้างกายจ้าวเฟยด้วยสายตาสงบนิ่ง
จ้าวเฟยเดือดดาลเสียจนมิอาจระงับโทสะได้ในชั่วพร