หันกลับเข้ามาสั่งการให้นางกำนัลนำอาหารกลางวันของเซียวจิ่นมาขึ้นโต๊ะ ทว่าเมื่อเขากำลังจะยกเท้าก้าวเข้าประตูใหญ่ของตำหนักบรรทม ความรู้สึกราวกับมีสิ่งของน้อยไปอย่างหนึ่ง เขาก้มหน้าลงมองแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ด้วยพยายามระงับโทสะที่ขึ้นมาเป็นริ้วๆ ให้สงบลง—เครื่องประดับที่เอวของเขาหายไปเสียแล้ว
เมื่อหลินซินหรูกลับมาถึงตำหนักฉางเหยี่ยน ได้พบกับซินหรูที่กำลังวิ่งออกมาจากตำหนักที่หน้าประตู หลินชิงเวยดึงรั้งนางเอาไว้ “ไปไหนกัน?”
ซินหรูกล่าวอย่างยินดี “ข้ากำลังเตรียมจะไปเรียกพี่สาวกลับมากินข้าวเจ้าค่ะ คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะมาถึงประตูพี่สาวก็กลับมาแล้ว”
หลินชิงเวยกล่าว “วันนี้ข้าลืมบอกเจ้าเมื่อข้าออกไป ต่อไปเจ้าไปไม่ต้องรอข้ากลับมากินข้าว”
“เหตุใดเจ้าคะ?”
“ไม่มีเหตุใด หิวแล้วเจ้าก็กินก่อน” หลินชิงเวยมองนางยิ้มๆ “หรือเจ้ายังกังวลว่าพี่สาวจะหิ้วท้องหิว? ของกินทางตำหนักฮ่องเต้มีมากมาย พระกระยาหารจากห้องเครื่องไม่ใช่อาหารที่ตำหนักฉางเหยี่ยนจะเทียบได้ หากเจ้ารอข้า ไม่แน่ว่าข้าอาจจะละโมบต่ออาหารเลิศรสทางนั้นแล้วไม่กลับมาเล่า” เห็นซินหรูพยักหน้า นางจึงกล่าวอีกว่า “หากเจ้าอยากกินอาหารจากห้องเครื่องเจ้าต้องตั้งใจฝึกฝน ถึงเวลานั้นข้าจึงจะพาเจ้าไปด้วยได้”
ซินหรูพยักหน้าแรงๆ ดวงตาทั้งคู่ทอประกาย
“วันนี้พันแผลให้หน้าผากของลวี่เฉี่ยว เป็นอย่างไรบ้าง?”
ซินหรูกล่าว “ทำตามที่พี่สาวบอกเจ้าค่ะ ข้าห้ามเลือดให้หย