นหัวเราะเสียงเย็น “ข้าว่าเสด็จอา ท่านจงใจกระมัง?”
“จงใจอันใด?”
“ท่านรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าข้าต้องช่วยท่าน?”
“ไม่รู้”
“ท่านรู้แน่นอน! ท่านกำลังแสดงละครหรือไร?” หลินชิงเวยไตร่ตรองดูแล้ว “เวลานี้ข้าเดินไม่ไหวแล้ว ท่านจัดการเองเถิด ผู้ชายร้ายกาจกล้ามารังแกข้าซึ่งเป็นสตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าหนังหน้าของท่านหนาเพียงใด! หากท่านยังรังแกข้าอีกข้าจะนั่งอยู่ที่นี่ อย่างไรที่นี่มีคนในวังสัญจรไปมา ไม่เชื่อข้าจะร้องไห้ให้ท่านดู ประเดี๋ยวคนในวังก็จะซุบซิบนินทา เซ่อเจิ้งอ๋องท่านนี้ช่างไร้รสนิยมกล้ารังแกสนมของฮ่องเต้” พูดแล้วนางก็หรี่ตาลงมองเซียวเยี่ยน เอียงคออย่างท้าทายอยู่หลายส่วน
กลัวอะไร แม้พี่สาวจะอายุเยอะ แต่ร่างนี้ยังสาวอยู่ หากยังไม่เสแสร้งเป็นสาวน้อย นี่แหละคือต้นทุน!
เซียวเยี่ยนกล่าว “เจ้าต้องการจะทะเลาะกับเปิ่นหวางให้ถึงที่สุดใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวย “ไม่เชื่อพวกเราก็รอดูต่อไป” นางยกมือขึ้นชี้ไปไม่ไกลนัก ดูเหมือนจะมีนางกำนัลสองคนกำลังจะเดินผ่านมา “เสด็จอา เตรียมตัวดีแล้วหรือไม่ ข้าจะเริ่มร้องไห้แล้วนะ”
เซียวเยี่ยนบีบนวดขมับของตน “…”
จังหวะที่หลินชิงเวยกำลังจะเริ่มร้องไห้นั่นเอง เซียวเยี่ยนรับฎีกามาจากมือของนาง ลุกขึ้นกล่าวว่า “ไปเถิด ฝ่าบาทยังรออยู่”
หลินชิงเวยปัดๆ ก้นแล้วเดินตาม “ท่านไม่ใช่ไม่มีแรงหรือไร ข้าดูแล้วเสด็จอาเวลานี้เต็มไปด้วยพละกำลัง”
เซียวเยี่ยนกล่าวขึ้นโดยไม่หันมามอง “ใช