็นข้า?!”
เซียวเยี่ยนกล่าวอย่างไม่แสดงอารมณ์ “เจ้าก็เห็นแล้วว่าเปิ่นหวังเพิ่งถูกงูกัด ไม่มีเรี่ยวแรง”
“เช่นนั้นไฉนท่านจึงมีเรี่ยวแรงนำสิ่งของเหล่านี้มาถึงมือข้าเล่า!”
“นั่นเป็นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของเปิ่นหวางแล้ว” หลินชิงเวยเกือบจะเขวี้ยงสิ่งของลงบนพื้น เซียวเยี่ยนได้แต่มองนาง “เจ้าปล่อยงูออกมากัดเปิ่นหวาง หรือเจ้าไม่คิดว่าเจ้าควรจะรับผิดชอบต่อเปิ่นหวางบ้าง?”
“ท่านเรียกขันทีที่ยืนอยู่หน้าประตูเข้ามาถือให้ได้”
เซียวเยี่ยนกล่าวอย่างเป็นการเป็นงาน “สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความลับของทางราชสำนัก ขุนนางไม่อาจแตะต้องได้”
หลินชิงเวยนับว่ากระจ่างแจ้งแล้ว นี่เขาหลอกให้นางมาห้องทรงพระอักษร ก็เพื่อมาทำงานแรงงานให้เขากระมัง! เวลานี้ช่างดีนัก ใช้เหตุผลที่ถูกงูกัดมาเป็นข้ออ้างที่จะใช้งานนางโดยที่นางไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้
มือทั้งคู่ของเซียวเยี่ยนว่างเปล่าขณะเดินนำอยู่ข้างหน้า หลินชิงเวยหอบฎีกาทั้งหมดเดินตามอยู่ด้านหลังอย่างกระหืดกระหอบ นางเดินๆ หยุดๆ ยิ่งเดินยิ่งช้า สุดท้ายนางจึงทิ้งงานในหน้าที่กลางคัน
นางนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ข้างทาง มองเซียวเยี่ยนที่เดินห่างออกไปไกล แล้วเลิกคิ้วหันกลับมา นางคิดว่าเวลานี้นางถูกท่านอ๋องผู้นี้กลั่นแกล้ง
ดูเหมือนคนที่เสียเปรียบอย่างแท้จริงคือนาง นางต้องสูญเสียยาถอนพิษ ยังต้องดูดพิษให้เขา เวลานี้ยังต้องมาทำงานแรงงานให้เขาอีก เขาเล่า เดินมือเปล่า สบายใจยิ่งนัก
หลินชิงเวยแค่