ดูดปลายนิ้วของเขาเพื่อดูดพิษออกมาแล้วถ่มพิษลงบนพื้น
ริมฝีปากของนางอ่อนนุ่ม ริมฝีปากและฟันของนางสัมผัสถูกปลายนิ้วของเขาช่างอบอุ่นยิ่งนัก เพียงแต่เวลานี้หลินชิงเวยไม่มีเวลาจะมาล้อเล่นกับเขา นางหลุบตาลงต่ำสีหน้าท่าทางจริงจัง กระทั่งเลือดที่ดูดออกมาจากปลายนิ้วของเซียวเยี่ยนกลายเป็นสีแดง จึงหันศีรษะกัดลงปลายนิ้วเขาสองครั้ง
หลินชิงเวยเช็ดริมฝีปากของตน “เวลานี้ท่านคลายจุดก่อน ท่านเดินพลังลมปราณได้มิใช่หรือ ใช้พลังลมปราณของท่านขับพิษที่เหลือออกมา”
เซียวเยี่ยนคลายจุดชีพจรของตนออกก่อนแล้วเดินพลังลมปราณ รอกระทั่งเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาจึงมองเห็นชัดเจน ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว เพียงแต่ปลายนิ้วรู้สึกแสบร้อนและเจ็บปวด เขาก้มลงมองดูปลายนิ้วของตน ยังมีร่องรอยจางๆ และเปียกชื้น ปรากฏให้เห็นบาดแผลจากการถูกงูกัด
หลินชิงเวยนำสิ่งของทั้งหมดที่นางหยิบติดไม้ติดมือไปทิ้งลงบนโต๊ะหนังสืออย่างดูแคลน นางเอ่ยวาจาถากถางว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องถึงกับใช้ชีวิตของตนเพื่อแลกกับสิ่งของเหล่านี้ ข้าย่อมไม่กล้าหยิบไปด้วยกลัวจะอายุสั้น”
พูดแล้วหลินชิงเวยก็สาวเท้าก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องทรงพระอักษร
“เดี๋ยวก่อน”
หลินชิงเวยหันกายกลับมา อารมณ์ยังไม่มั่นคงนัก นางหันกลับมายิ้มหวานราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง “อย่างไรเล่า อยากจะขอบคุณข้า?”
เซียวเยี่ยนโยนฎีกาสองกองนั้นมาให้หลินชิงเวย “รับไว้ให้ดี”
หลินชิงเวยแทบจะคลุ้มคลั่ง “เหตุใดต้องเป