้มลงไปนั้น ขาทั้งคู่ของนางเตะออกมาข้างหน้า ช่างบังเอิญยิ่งนักที่เตะถูกขาทั้งคู่ของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนเบิกตากว้าง
เขาสูญเสียการทรงตัว ควบคุมตัวเองไม่ได้ ร่างทั้งร่างของเขาทาบทาลงบนร่างของหลินชิงเวย หลินชิงเวยเบิกตากลมโต ไม่อาจสนใจความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากแผ่นหลังได้แต่จ้องมองใบหน้าของเซียวเยี่ยนที่กำลังเข้ามาใกล้คลองจักษุของนาง
ความสมดุลของร่างกายและความหนักแน่นมั่นคงของเซียวเยี่ยนนั้นเป็นเลิศ ขณะที่ห่างจากหลินชิงเวยไม่ถึงฉื่อ เขากลับหยุดร่างของตนเอาไว้ได้ ร่างของเขาตรงเช่นเดียวกับพู่กัน อยู่เบื้องบนขนานไปกับร่างของหลินชิงเวย โดยอาศัยเรี่ยวแรงจากขาทั้งคู่และเอวเพื่อประคองร่างของตน
ปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะกับปลายจมูกของหลินชิงเวย เส้นผมสีดำขลับปัดมาจากด้านหลังศีรษะลงมา เส้นผมส่วนหนึ่งห้อยลงมาอยู่ด้านข้างแก้มของหลินชิงเวย เหมือนม่านหมอกสายหนึ่ง นางมองเห็นเงาร่างของตนเองได้จากดวงตาของเซียวเยี่ยนอย่างชัดเจน จึงหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นมีความเจ้าเล่ห์อยู่สองส่วน
หลินชิงเวยกล่าว “ท่านไม่อยากแตะต้องข้าถึงเพียงนี้? รังเกียจข้าถึงเพียงนี้?”
เซียวเยี่ยนขมวดคิ้ว
หลินชิงเวยกล่าวกลั้วหัวเราะอย่างเกียจคร้าน “น่าเสียดาย ข้าชอบทำให้คนผิดหวังเสียด้วย” พูดแล้วนางก็ยื่นปลายนิ้วออกไป สะกิดรักแร้ของเซียวเยี่ยน
สีหน้าของเซียวเยี่ยนพลันเปลี่ยนไป มือทั้งคู่ที่ยันอยู่กับพื้นเกร็งขึ้น เขาขบฟันพูดว่า