“หลินชิงเวย ทางที่ดีที่สุด เจ้าพลิกตัวไปด้านข้างเปิ่นหวังเดี๋ยวนี้”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างเห็นขันว่า “แขนข้างท่านขวางทางของข้าเอาไว้ ข้าควรจะพลิกไปด้านไหนเล่า? มิใช่ท่านควรจะลุกขึ้นมาก่อนหรือ?”ทันทีที่สิ้นเสียง เซียวเยี่ยนพลันรู้สึกหงุดหงิด เขากลับลืมไปว่าแขนทั้งคู่ของตนยันอยู่กับพื้นเอาไว้สามารถลุกขึ้นอย่างได้ง่ายดาย ดังนั้นเขาจึงดึงแขนกลับไปข้างหนึ่งเตรียมจะยันกายลุกขึ้นทว่าในเวลานี้เองกลับมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริเวณนี้ ดูเหมือนจะมุ่งหน้ามาทางนี้เสียด้วยทางเดินที่มีร่มเงาทั้งสองข้างทางล้วนมีสวนดอกไม้อยู่ตลอดทาง มีต้นไม้ใหญ่อยู่กลางสวนดอกไม้ หากมีคนนอนราบอยู่กับพื้น สวนดอกไม้จะบดบังเอาไว้ยากแก่การพบเห็นแต่ถ้าหากยืนขึ้นมาแล้วละก็จะต้องถูกพบเห็นในทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซียวเยี่ยนที่มีรูปร่างใหญ่โตเช่นนี้มือทั้งสองข้างของหลินชิงเวยรองอยู่ด้านหลังศีรษะ หรี่ตามองกริยาท่าทางที่ลุกขึ้นมาได้เพียงครึ่งๆ กลางๆ ของเซียวเยี่ยน แน่นอนว่านางย่อมได้ยินเสียงฝีเท้านั้นเช่นกัน นางกล่าวซ้ำเติมว่า “เสด็จอาบอกว่าที่นี่ไม่มีคนใช่หรือไม่ เหตุใดเวลานี้มีคนมาแล้วเล่า อีกทั้งฟังจากเสียงฝีเท้ามิใช่เพียงคนเดียว น่าจะเป็นคนกลุ่มหนึ่ง ท่านลุกขึ้นยืนเถิดแล้วบอกกับพวกเขาว่าพวกเรานัดพบกันที่นี่”เซียวเยี่ยนชะงักกึก จากนั้นค่อยๆ หลุบตาลงมองต่ำ มือที่ยืนอยู่กับพื้นก็ค่อยๆ งอลงมา ร่างของชายหนุ่มแนบติดไ