ปเรือนร่างของหลินชิงเวยเล็กน้อย กระทั่งสัมผัสเพียงบางเบาในที่สุด ทว่ากลับมิได้ทาบทับลงบนร่างของนางเวลานี้เองทางเล็กๆ ข้างสวนดอกไม้ข้างนอก มีคนเดินผ่านไปจริงๆหลินชิงเวยแทบจะเอ่ยอยู่ชิดริมหูของเซียวเยี่ยนด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ท่านว่า ยามนี้หากข้าผิวปากเรียกพวกเขามา จะไม่ใช่การจับชายชู้ได้อย่างคาหนังคาเขาหรือ?”“เจ้ากล้า” เซียวเยี่ยนกล่าว “หากทำเช่นนั้น เท่ากับเจ้ารนหาที่ตายอย่างมิต้องสงสัย ครั้งนี้เปิ่นหวังจะไม่มีทางช่วยเจ้าอีกเด็ดขาด”“อ้อ?” หลินชิงเวยยิ้มอย่างเบิกบานใจ “นั่นหมายความว่าครั้งที่แล้วเสด็จอาเคยช่วยข้าเอาไว้?”เซียวเยี่ยน “…”“เสด็จอา” หลินชิงเวยมองสีหน้าท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเขา “เสด็จอา ข้าควรจะขอบพระทัยเสด็จอาอย่างไรดีเล่า?”เซียวเยี่ยนสิ้นความอดทน “ข้าขอเตือนเจ้า ห้ามเรียกข้าว่าเสด็จอาอีก”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างเห็นขันว่า “แขนข้างท่านขวางทางของข้าเอาไว้ ข้าควรจะพลิกไปด้านไหนเล่า? มิใช่ท่านควรจะลุกขึ้นมาก่อนหรือ?”
ทันทีที่สิ้นเสียง เซียวเยี่ยนพลันรู้สึกหงุดหงิด เขากลับลืมไปว่าแขนทั้งคู่ของตนยันอยู่กับพื้นเอาไว้สามารถลุกขึ้นอย่างได้ง่ายดาย ดังนั้นเขาจึงดึงแขนกลับไปข้างหนึ่งเตรียมจะยันกายลุกขึ้น
ทว่าในเวลานี้เองกลับมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริเวณนี้ ดูเหมือนจะมุ่งหน้ามาทางนี้เสียด้วย
ทางเดินที่มีร่มเงาทั้งสองข้างทางล้วนมีสวนดอกไม้อยู่ตลอดทาง มีต้นไม้ใหญ่อยู่กลาง