่องสมเหตุสมผลแล้วละก็ นับแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปก็ทำให้ข้าโกรธจนไม่มารักษาแล้วเพคะ”
ริมฝีปากของเซียวจิ่นอ้ากว้าง “การกระทำของเจ้าคือการข่มขู่ใช่หรือไม่ เพียงแต่เจิ้นเองก็รู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผล ไม่สู้ลดให้เจ้าเป็นเจาอี๋[1]ก็แล้วกัน”
นี่เขากำลังปรึกษาหารือกับนางใช่หรือไม่?
หลินชิงเวยเพียงแต่พยักหน้า “แล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงเห็นสมควรเพคะ”
เซียวจิ่นกล่าวอีกว่า “ในเมื่อเจ้าแต่งเข้ามาในตำหนักในของเจิ้น ย่อมต้องเป็นสนมของเจิ้น เหตุใดต้องออกนอกลู่นอกทาง? หรือวังหลวงแห่งนี้ไม่ดีต่อเจ้า?”
เอ๊ะ คำถามนี้ถามเสียจนพี่สาวตอบไม่ได้ แต่ฮ่องเต้น้อยองค์นี้กลับถามคำถามไร้เดียงสาอย่างที่สุด ควรจะตอบอย่างไรดีนะ?
หลินชิงเวยกลับมากวาดตามองร่างของเซียวจิ่นอีกครั้ง กล่าวพร้อมกับร้อยยิ้มร้ายกาจว่า “ฝ่าบาททรงเข้าใจว่าชีวิตส่วนตัวของหม่อมฉันค่อนข้างไร้ระเบียบก็เป็นการดีแล้ว อย่างไรการแต่งเข้าวังมา จุดประสงค์หลักก็เพื่อเป็นการเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ฝ่าบาท หากหม่อมฉันรักษาอาการประชวรของฝ่าบาทให้หายได้ ถึงเวลานั้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวังหลวงแห่งนี้อีกต่อไป ยังต้องขอให้ฝ่าบาทปล่อยให้หม่อมฉันเป็นอิสระ หม่อมฉันคิดว่าฝ่าบาทก็คงไม่ยินดีที่จะเป็นอนุสามีคนหนึ่ง”
เซียวจิ่นกล่าว “หากเจ้ารักษาเจิ้นจนหายได้ ถึงเวลานั้นค่อยพูดกันเถิด” สายตาของเขาเลื่อนออกไป ไม่มองหลินชิงเวยอีกต่อไป แต่กลับไปตกอยู่เบื้องหลังร่างของหลินชิงเวย เห็นเซี